COVID-19

Mar 17, 2020

วันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม 2563 ศ.ดร.พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา หัวหน้าคณะวิจัย Operation BIM ได้ให้สัมภาษณ์กับทางรายการ Hotline สายสุขภาพ ออกอากาศทางช่อง Nation 22 ในหัวข้อเรื่อง ภูมิคุ้มกันบำบัด ป้องกันและกำจัดการติดเชื้อไวรัส COVID-19

 

ในขณะที่ปัจจุบันทั่วทั้งโลกกำลังเผชิญวิกฤตไวรัสนี้อยู่ ทุกภาคส่วนเน้นย้ำให้ป้องกันและระมัดระวังตัวเอง แอดจึงอยากแชร์ข้อมูลนี้ให้ทุกคนได้ทราบถึงการป้องกันและดูแลตัวเองจากไวรัส COVID-19 ซึ่งเป็นคำแนะนำจากนักวิจัยไทยที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิคุ้มกันบำบัด มาฟังคำแนะนำจากอ. กันเลยค่ะ


วิธีที่อ. แนะนำคือการป้องกันและกำจัดไวรัส ด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด

1. ป้องกันโดย ไม่ให้ ไวรัสผ่านเยื่อบุผิวทางเดินหายใจ เข้าไปทำให้เซลล์ในร่างกายติดเชื้อ

จะป้องกันได้100% คือต้อง ป้องกันไม่ให้ไวรัสผ่านเยื่อบุทางเดินหายใจเข้าไปได้

ถ้าไวรัสพลัดเข้าไปในร่างกายบ้าง ต้องใช้การกำจัด


2. กำจัด ไวรัสที่ทำให้เซลล์ติดเชื้อแล้ว โดย เซลล์ T พิฆาต ที่เราสามารถกระตุ้นขึ้นมาได้

นี่คือหลักการของภูมิคุ้มกันบำบัด

ภูมิคุ้มกันบำบัด ทำได้ยังไง?

ทำได้โดยการใช้ภูมิคุ้มกันของร่างกาย บำบัดโรค ภูมิคุ้มกันที่ว่าคือเม็ดเลือดขาว ซึ่งเม็ดเลือดขาวที่สำคัญทำหน้าที่ป้องกัน และปรับภูมิคุ้มกันเราให้เพิ่มขึ้น มีอยู่ 2 ส่วน คือ T-helper 1 และ T-helper 17

แล้วทำอย่างไรเม็ดเลือดขาว 2 กลุ่มนี้ จะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง?

คณะนักวิจัย Operation BIM คินค้นสูตรสารสกัดธรรมชาติขึ้นมาที่สามารถกระตุ้นได้ทั้ง Th1 และ Th17 โดยใช้สารสกัดจากมังคุด เสริมประสิทธิภาพกับสารสกัดธรรมชาติอื่นๆ และมีการทดสอบกับศูนย์วิจัยเทคโนโลยีชีวการแพทย์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ งานวิจัยได้เริ่มทำมาตั้งแต่ปี 1978 ต่อเนื่อง จนถึงปัจจุบัน โดยการสนับสนุนของ สวทช.

การวิจัยแบ่งอาสาสมัครออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ใช้แคปซูลแป้ง และกลุ่มที่ใช้แคปซูล สารสกัดธรรมชาติ พบว่ากลุ่มที่ใช้แคปสูตรสารสกัดธรรมชาติ มีสารต้านไวรัสในเม็ดเลือดขาว Th1 ทั้ง 2 กลุ่ม เพิ่มขึ้น 2, 3 เท่า ตามลำดับ

และ การเพิ่มขึ้นของ Th17 วัดได้จากสาร IL-17, IL-22 ในผู้ที่ใช้แคปซูลสารสกัดธรรมชาติ เพิ่มขึ้น  5,10 เท่า ตามลำดับ

ซึ่งสาร 2 ชนิดนี้สามารถป้องกันไม่ให้ ไวรัส ทะลุผ่านผนังเยื่อบุพื้นผิวของระบบทางเดินหายใจ จึงป้องกันการติดเชื้อ ได้โดยตรง พูดง่ายๆว่า ถ้าสาร 2 ตัวนี้เพิ่มขึ้นและทำงานได้ดี ถึงแม้ไวรัสจะเข้ามาได้บ้าง แต่ก็ไม่สามารถทะลุผ่านเยื่อบุทางเดินหายใจเราเข้าไปได้

เพื่อยืนยันความสามารถของนวัตกรรมในการป้องกันการติดเชื้อไวรัส พิสูจน์ได้จากการติดเชื้อไวรัสหวัด ที่ลดลงอย่างชัดเจนในกลุ่มผู้บริโภคจำนวนมาก

ผลการสำรวจผู้ที่ใช้นวัตกรรมนี้มาแล้วพบว่า

ในกลุ่มเด็กติดเชื้อ HIV 52 คน ในบ้านแกร์ด้าที่ใช้ 4-6 แคปซูลต่อวัน

คนที่เป็นหวัดมากกว่า 3 ครั้ง ในหนึ่งปี จาก 79% ลดจำนวนลง เหลือ 0%

คนที่ไม่เป็นหวัดเลยทั้งปี  จาก 0% เพิ่มจำนวน เป็น 83%

ในกลุ่มคนทั่วไป 303 คน ที่ใช้ 2-9 แคปซูลต่อวัน

คนที่เป็นหวัด มากกว่า 3 ครั้งในหนึ่งปี

จาก 46% ลดจำนวนลงเหลือ 4.3%

คนที่ไม่เป็นหวัดเลยทั้งปี

จาก 5.9% เพิ่มจำนวนขึ้นเป็น 58%

จากข้อมูลข้างต้น จะเป็นภาพของการป้องกันไวรัส


แต่ถ้าในกรณที่ ไวรัส ทะลุผ่านเยื่อบุผิวเข้าไปได้แล้ว ทำให้เซลล์ติดเชื้อแล้ว สามารถกำจัดได้โดยเซลล์ T พิฆาต ซึ่งเป็นเม็ดเลือดขาวที่มีอยู่ในร่างกาย เป็นเซลล์ภูมิคุ้มกันที่ทำหน้าที่กำจัดเชื้อไวรัส ซึ่งเราจะกระตุ้น เซลล์ T พิฆาต ได้ด้วยการเพิ่ม Th1 และ Th17 เพราะทั้ง Th1 และ Th17 จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพหรือติดอาวุธให้ เซลล์ T พิฆาต ทำงานได้อย่างดีนั่นเอง


การทำงานของเซลล์ T พิฆาต คือ จะคอยหาว่าเซลล์ไหนเป็นเซลล์ที่ติดไวรัสแล้ว จะเข้าไปเกาะติด – เจาะ-พ่นสาร granzymes เข้าไปในเซลล์ติดเชื้อ – เซลล์ติดเชื้อและไวรัสจะถูกย่อยสลายไปพร้อมๆกัน ที่สำคัญเซลล์ T พิฆาต จะไม่ทำลายเซลล์ที่ไม่ติดเชื้อ จึงเป็นวิธีที่ปลอดภัย

แล้วนวัตกรรมนี้กำจัดเชื้อ ได้มากน้อยแค่ไหน มีอะไรที่ยืนยันได้อีกนอกจากผลสำรวจผู้ติดเชื้อหวัด?



คำอธิบายเพิ่มเติมคือ จากการทำงานของคณวิจัย Operation BIM ทำให้ได้ประสบการณ์เรียนรู้จาก ผู้ใช้นวัตกรรมเพื่อกำจัดเชื้อ HIV ซึ่งเป็นไวรัสเหมือนกัน


พบว่า

  1. 1. HIV ลดลงอย่างรวดเร็วใน 1 เดือน

จากคนที่มีไวรัสเยอะมากๆ จำนวน 1,090,000 ลดลงเหลือ 850 copies/ml  (-99.9%)

และ คนที่มีไวรัส จำนวน 1,787,091 ลดลงเหลือ 46 copies/ml (-99.9%)


  1. 2. กำจัดไวรัสจนตรวจไม่พบ (น้อยกว่า 20 copies/ml)

โดยไม่ใช้ยาต้านไวรัส (HIV Functional Cure)

3. กำจัดไวรัสจนผู้ป่วย AIDS ระยะสุดท้าย รอดชีวิต

ในขณะที่ตอนนี้หลายประเทศพยามผลิต วัคซีน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน แต่ไวรัสเป็นสิ่งที่กลายพันธุ์ตลอดเวลา วัคซีนที่อาจใช้ได้ในตอนนี้ อาจใช้ไม่ได้กับไวรัสที่จะกลายพันธุ์ใหม่ไปเร็วมาก ทำให้การป้องกันด้วยวัคซีน ต้องมีการทำวัคซีนใหม่อยู่ตลอด

แต่การสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย เพื่อป้องกันและกำจัดไวรัส จะสามารถจัดการกับไวรัสได้ทุกชนิดทุกสายพันธุ์

วิธีป้องกันและกำจัดไวรัสทุกสายพันธุ์ได้อย่างดี คือการสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรงนั่นเอง

Heading

Donec id elit non mi porta gravida at eget metus. Fusce dapibus, tellus ac cursus commodo, tortor mauris condimentum nibh, ut fermentum massa justo sit amet risus. Etiam porta sem malesuada magna mollis euismod. Donec sed odio dui.



คุณสุเทพ พบเนื้อร้ายที่ต่อมลูกหมาก อาการทรุดถึงขั้นเป็นอัมพาตครึ่งตัว นอนติดเตียงถึง 9 เดือน แต่วันนี้เขากลับมาช่วยเหลือตัวเองได้อีกครั้งเพราะ “ภูมิคุ้มกันบำบัด”

คุณจอย ผู้ติดเชื้อ HIV ที่ CD4 เหลือแค่ 3 แต่ปัจจุบันค่า CD4 ของเธอขึ้นมาจนพ้นขีดอันตราย ด้วยภูมิคุ้มกันบำบัดและแรงใจจากครอบครัว

ทำไม COVID-19 จึงกลับมาเป็นซ้ำและรักษายาก
COVID-19

จากการที่เราอธิบายได้ว่าทำไมคนติด COVID-19 ที่รักษาจนตรวจไม่พบเชื้อแล้ว เมื่อหยุดรักษาบางรายก็กลับมาเป็นใหม่

ทำไมเราถึงป่วยเมื่อไวรัสเข้าสู่ร่างกาย
HEALTH

จากวิกฤติไวรัส COVID-19 ที่ขณะนี้ยอดผู้เสียชีวิตทั่วโลกทะลุ 3,000 ไปแล้ว แถมในช่วงที่ผ่านมายังมีการระบาดของไวรัสอื่นๆ




เกี่ยวกับเรา

BIM ย่อมาจาก Balancing IMmunity คือ การปรับภูมิคุ้มกันให้สมดุล

BIM100 หมายถึง การปรับสมดุลของภูมิคุ้มกัน เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและยืนยาวให้ได้ 100 ปี ด้วยการใช้สูตรอาหารที่วิจัยและพัฒนาโดยคณะนักวิจัย Operation BIM

ติดต่อเรา

ศูนย์บริการลูกค้า สุขและสวย โดย BIM100 เลขที่ 99 ศูนย์การค้าเอสพลานาด ชั้น 3 ห้องเลขที่ 317 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ

สายด่วน : 1154

โทรศัพท์ : 02-6464-800 , 02-6609-011

โทรสาร : 02-6464-802

อีเมล์ : [email protected]

Line ID : @bim100callcenter

Copyright © 2020 BIM100. All Rights Reserved.