มะเร็งเม็ดเลือดขาว




         ไม่ว่าใครก็ตามที่ได้ยินว่าเป็นมะเร็งระยะที่4 คงจะรู้สึกหมดหวัง เพราะมันคือมะเร็งระยะสุดท้าย คิดว่าคงรักษาไม่ได้อีกแล้ว เรียกว่านับถอยหลังชีวิต และลุ้นทุกวันว่าพรุ่งนี้จะลืมตาตื่นมาหรือเปล่า ในวงการแพทย์นั้นอาการป่วย “เม็ดเลือดขาวเป็นพิษ” หรือ “มะเร็งเม็ดเลือด

ขาว” เป็นเรื่องที่รักษาค่อนข้างยาก เนื่องจากจะต้องปลูกถ่ายไขกระดูก ซึ่งเป็นส่วนที่ผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดง และเม็ดเลือดขาว และมีเซลล์มะเร็งก็อยู่ตรงนั้นด้วย สิ่งที่ยากอีกเรื่องก็คือต้องหาผู้บริจาคไขกระดูกที่มีลักษณะทางพันธุกรรมตรงกับผู้ป่วย นอกจากนี้การทำเคมีบำบัด และรังสีบำบัดก็จะฆ่าเซลล์เม็ดเลือดขาวที่ดี ที่เป็นตัวสร้างภูมิคุ้มกัน เมื่อถูกทำลายไปภูมิคุ้มกันก็จะต่ำลงส่งผลให้การต่อสู้กับมะเร็งยากขึ้นไปอีก



“อาการป่วยจากโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวระยะสุดท้าย รุนแรงจนผู้ป่วยแทบรับไม่ไหว”



คุณโหนก ( นิพิฐนันท์ ไตรฤทธิ์กรณ์ ) คือผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาวระยะที่4 หรือที่เรียกกันว่าระยะสุดท้าย

         ตลอดระยะเวลาที่รักษาโดยเคมีบำบัดและรังสีบำบัด เขาต่อสู้กับโรคร้ายนี้ด้วยใจที่ไม่ย่อท้อ แม้ร่างกายจะอ่อนแอเพียงใดแต่จิตใจของคุณโหนกไม่เคยหวั่นไหวไปตามร่างกาย เขาอยู่กับโรคนี้บนพื้นฐานแห่งความเป็นจริงด้วยการมองโลกของคนวัย 75 ปีที่เข้าใจวัฏจักรชีวิตได้อย่างดี



         “ผมเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวระยะที่4 พอเข้าระยะนี้มันจะแสดงอาการรุนแรงมากขึ้น เช่น เดินไม่กี่ก้าวก็หมดแรง บ้านก็จะหมุน ซึ่งเข้าสู่กระบวนการรักษาทางด้านการแพทย์คือเคมีบำบัดและรังสีบำบัด ผมอยู่บ้านกับพี่สาว น้องสาว และลูก แต่ว่าทุกคนมีครอบครัวกันหมด พวกเขาก็ต้องดูแลครอบครัว ผมก็เหมือนกับตัวคนเดียวที่จะต้องต่อสู่กับชีวิตและเวลาที่เหลือ ช่วงที่รักษาด้วยเคมีบำบัดและรังสีบำบัดก็คือ 6 เดือน สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ ทานอาหารไม่ได้ เหม็น เบื่อ ไม่อยากทาน ร่างกายก็ยิ่งอ่อนแอใหญ่ สิ่งที่ได้รับระหว่างที่อยู่ในโรงพยาบาลก็คือกลูโคส เป็นสารอาหารเดียวที่เราได้รับ ส่วนสารอาหารอื่นผมทานไม่ได้ เพราะว่าจะอาเจียนออกมาหมด”



“กลูโคส น้ำตาล ศัตรูตัวฉกาจของโรคมะเร็ง”



         จากการรักษาตัวที่โรงพยาบาลของคุณโหนก การที่ร่างกายได้รับกลูโคสจะยิ่งส่งผลให้เซลล์มะเร็งแข็งแรง และเพิ่มจำนวนขึ้น โดย ศ.ดร. พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา หัวหน้าคณะนักวิจัย Operation BIM นวัตกรรมการรักษามะเร็งด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด ได้กล่าวเกี่ยวกับกลูโคสไว้ว่า


         “ถ้าคุณกินกลูโคส คุณกินน้ำตาล นั่นคือการไปช่วยให้เซลล์มะเร็งโตเร็ว เพราะเซลล์เหล่านี้ถ้าไม่มีน้ำตาลเข้าไปก็จะอดตาย เนื่องจากน้ำตาลเป็นแหล่งอาหารสำคัญของเซลล์มะเร็ง เพราะฉะนั้นน้ำตาล หรือของหวาน เป็นสิ่งแรกที่ต้องหยุดทานทันทีเลยครับ”



“การต่อสู้กับมะเร็งเม็ดเลือดขาวอย่างลำพัง ทำอะไรจิตใจคุณโหนกไม่ได้เลย”

         อาการป่วยทางร่างกายของคุณโหนก แม้จะรุนแรงแค่ไหน ก็ยังมีความหวังที่จะหายจากโรคนี้อยู่เสมอ ถึงแม้ใจหนึ่งจะมีความเชื่อว่ามะเร็งรักษาได้ แต่อีกใจหนึ่งเขาก็เตรียมตัวไว้ในกรณีที่รักษาไม่ได้เช่นกัน



         “ผมมีความหวังว่าร่างกายจะดีขึ้นเรื่อย ๆ เพราะฉะนั้นเราต้องอยู่ต่อ อย่าให้ตัวเองเป็นภาระของลูกหลาน การลุกลามเกิดขึ้นหลังจากที่ทำเคมีบำบัด และรังสีบำบัด 6 ครั้ง สิ่งที่เกิดขึ้น คือ เซลล์มะเร็งนั้นไม่ต้องการที่จะตาย จึงกลายสภาพ หนีไปอยู่ที่รอบอวัยวะเพศ หมอเห็นสภาพก็ได้ทำการตัดตัวอย่างไปตรวจ พบว่ามันเป็นมะเร็ง จึงทำให้ต้องเข้าห้องผ่าตัดเพื่อตัดเซลล์มะเร็งนั้นทิ้ง หลังจากการผ่าตัดผ่านไป ผมเป็นโรคเบาหวาน แผลผ่าตัด 30-40 เข็ม เน่า ดำ แผลไม่ยอมติด เลือดไหลออกตลอดเวลา ต้องเข้าห้องผ่าตัดอีกครั้งเพื่อตัดเนื้อที่เน่าทิ้ง ช่วงนั้นเป็นช่วงที่เลวร้ายที่สุด หลังจากที่ออกจากโรงพยาบาล แผลก็เริ่มดีขึ้น หลังจากนั้นประมาณ 1 เดือน เซลล์มะเร็งได้กลายสภาพอีกครั้ง มาที่แก้มขวา หลังแขนข้างซ้ายและขวา ลามไปถึงไหปลาร้า จึงต้องเข้าห้องผ่าตัดอีกรอบ”



         ดูเหมือนว่าการรักษามะเร็งของคุณโหนกจะอาการไม่สู้ดีเท่าไหร่ การผ่าตัดแต่ละครั้งก็มีผลออกมาค่อนข้างน่ากังวล จนการผ่าตัดรอบที่ 3 ความรู้สึกของเขาก็แย่ลงเสียจนมองไม่เห็นหนทางแห่งการรักษา ตอนนั้นความรู้สึกของคุณโหนกไม่สนใจแล้วว่าจะอยู่หรือจะไป แต่ก็ไม่เคยคิดที่จะฆ่าตัวตายเลยแม้แต่ครั้งเดียว เขาตัดสินใจบริจาคร่างกายไว้ที่โรงพยาบาลเพื่อเป็นอาจารย์ใหญ่ คิดแค่เพียงว่าไม่อยากจะเป็นภาระของคนข้างหลัง และต้องการอยากจะบอกคนที่ป่วยทุกคนว่าให้มีชีวิตอยู่ต่อไป แม้คุณโหนกจะไม่มีกำลังใจจากคนรอบตัวก็ยังสามารถอยู่ได้มาจนถึงขนาดนี้ เพราะฉะนั้นคนที่มีกำลังใจจากคนรักต้องอยู่ได้อย่างแน่นอน ช่างเป็นความคิดที่แข็งแกร่งมากจริง ๆ น้อยคนนักที่ป่วยหนักแล้วจะยังให้กำลังใจตัวเองได้ แถมยังแบ่งปันกำลังใจดี ๆ ไปยังบุคคลอื่นอีกด้วย


“การตัดสินใจไปบอกลาเพื่อน ทำให้ได้เจอ แสงสว่าง ในการรักษามะเร็ง”

         หลังจากตัดสินใจบริจาคร่างกาย คุณโหนกได้บอกคนในครอบครัว และตั้งใจจะไปงานเลี้ยงรุ่นเพื่อบอกลามิตรสหายเป็นครั้งสุดท้าย เมื่อได้เล่าเรื่องราวอาการป่วยของตนให้กับเพื่อนฟัง หนึ่งในเพื่อนของคุณโหนก ได้พูดถึงนวัตกรรม APCO “ภูมิคุ้มกันบำบัด” ว่าสามารถทำให้ภูมิคุ้มกันในร่างกายแข็งแรงขึ้น ซึ่งนั่นคือปัจจัยสำคัญที่บอกว่า “มะเร็งรักษาได้” เมื่อคุณโหนกได้ยินดังนั้น จึงศึกษานวัตกรรม APCO เขาคิดแค่เพียงว่า ในเมื่อป่วยอยู่แล้ว ตอนนี้ก็ไม่มีอะไรจะเสียแล้ว ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไม่ทดลอง คิดเสมอว่าทุกการรักษาสามารถเป็นไปได้ และทำให้หายขาดจากโรคนี้ ก็เลยมีความหวังอีกครั้ง คุณโหนกตัดสินใจปรึกษา ศ.ดร. พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา เกี่ยวกับเรื่องมะเร็งเม็ดเลือดขาว ได้ความว่า



         “ถ้าเป็นเซลล์มะเร็งอื่นมันจะเป็นเซลล์มะเร็งที่เป็นก้อน แล้วก็จะฝังตัวอยู่ตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะทำได้ก็คือ จัดการกับมันด้วยเซลล์ T พิฆาต โดยการจัดการกับบริเวณรอบ ๆ ของเนื้อร้ายก้อนนั้น ซึ่งต้องใช้เวลาพอสมควร แล้วเนื่องจากว่าเนื้อร้ายฝังตัวอยู่ในอวัยวะ บางทีก็มีผลข้างเคียงกับบางอวัยวะ แต่ถ้าเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว เม็ดเลือดขาวเม็ดนั้นที่ผิดปกติจะล่องลอยอยู่ในกระแสเลือด เซลล์ T พิฆาตจะรับรู้ได้ง่าย จับได้ง่ายกว่า หน้าที่คือจะวิ่งไปจับติดเลย แล้วก็พ่นสาร Granzymes ฆ่าเซลล์มะเร็งให้ตาย”


         แม้ว่าทฤษฎีดั้งเดิมจะบอกว่าการทำเคมีบำบัด และรังสีบำบัด รวมไปจนถึงการปลูกถ่ายไขกระดูก เพื่อรักษามะเร็งเม็ดเลือดขาวจะเป็นเรื่องยาก แต่ ศ.ดร. พิเชษฐ์ และคณะวิจัยได้สร้างนวัตกรรม APCO ที่ช่วยรักษามะเร็งได้ด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด ทำให้การรักษาเม็ดเลือดขาวเป็นพิษไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป



หลังจากที่คุณโหนกได้ใช้นวัตกรรมภูมิคุ้มกันบำบัดของ APCO อาการก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงกระทั่งวันตรวจเลือดที่ผลลัพธ์ออกมาน่าชื่นใจดั่งเสียงสวรรค์ นั่นก็คือ “เซลล์มะเร็งลดน้อยลงจนไม่สามารถทำอะไรร่างกายของคุณโหนกได้อีก”



ทุกวันนี้คุณโหนกในวัย 75 ปี เหมือนได้ชีวิตใหม่ เขาบอกว่าปัจจุบันที่มีชีวิตอยู่คือกำไรชีวิต ซึ่งจะสนุกสนาน รื่นเริง ทำสิ่งที่อยากทำ คนรอบตัวล้วนยินดีกับเขาที่สามารถหายจากโรคนี้ได้ และอยากส่งต่อพลังใจไปให้ผู้ป่วยทุกคนว่ามะเร็งรักษาได้ ขอให้เชื่อมั่นในนวัตกรรมใหม่ที่เกิดขึ้น ชีวิตนี้ยังมีความหวังเสมอ อย่าไปท้อแท้



ก้อนเนื้อร้าย หรือที่รู้จักกันดีในชื่อของมะเร็ง เป็นโรคที่ใครหลายคนเกรงกลัว ด้วยสถิติการเสียชีวิตจากโรคนี้ รวมไปจนถึงความทรมานในการต่อสู้และรักษามะเร็ง

ภูมิคุ้มกันบำบัดด้วย Cell T พิฆาต ใช้ Cell T พิฆาตเข้าประชิดกับเซลล์มะเร็ง เจาะรูบนเซลล์มะเร็งแล้วก็พ่นสาร Granzymes ที่ย่อยสลายโปรตีน

ทำไมมะเร็งรักษาหายแล้ว แต่มีโอกาสเป็นซ้ำ
EDUCATE

จากผลการวิจัยในปัจจุบันเชื่อว่า การเกิดมะเร็งซ้ำน่าจะมาจากกลไกลต่อไปนี้

หม่อมราชวงศ์ อนุพันธุ์พงษ์ จักรพันธุ์ สถาปนิก ที่ปกติมีสุขภาพที่ดีมาตลอด แต่กลับมาพบว่าท่านเองกลายเป็นเนื้อร้ายเม็ดเลือดขาวแบบเฉียบพลัน




เกี่ยวกับเรา

BIM ย่อมาจาก Balancing IMmunity คือ การปรับภูมิคุ้มกันให้สมดุล

BIM100 หมายถึง การปรับสมดุลของภูมิคุ้มกัน เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและยืนยาวให้ได้ 100 ปี ด้วยการใช้สูตรอาหารที่วิจัยและพัฒนาโดยคณะนักวิจัย Operation BIM

ติดต่อเรา

ศูนย์บริการลูกค้า สุขและสวย โดย BIM100 เลขที่ 99 ศูนย์การค้าเอสพลานาด ชั้น 3 ห้องเลขที่ 317 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ

สายด่วน : 1154

โทรศัพท์ : 02-6464-800 , 02-6609-011

โทรสาร : 02-6464-802

อีเมล์ : [email protected]

Line ID : @bim100callcenter

Copyright © 2020 BIM100. All Rights Reserved.