อาการเสี่ยงเป็นมะเร็ง

      โรคภัยใกล้ตัว! วัยทำงานเสี่ยงเป็นมะเร็งอะไรบ้าง?

วัยทำงานที่มีอายุระหว่าง 30 - 60 ปี มักเข้าใจว่าตนเองแข็งแรง เมื่อมีอาการเจ็บป่วยมักละเลยไม่เข้าไปพบแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัย ซึ่งนั่นอาจทำให้คุณเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งได้ ทำความเข้าใจกับอาการเจ็บป่วยของร่างกายให้มากขึ้น เพื่อที่คุณเองจะได้ไม่ประมาทในการใช้ชีวิต

      อาการผิดปกติของร่างกายที่มีโอกาสเสี่ยงเป็นมะเร็งมากที่สุด

         หลายคนมักไม่ให้ความสำคัญกับการดูแลร่างกายเท่าที่ควร เมื่อมีอาการปวดหัว ปวดท้อง หรืออาการต่างๆ มักใช้วิธีการรักษาแบบง่ายๆ นั่นก็คือ การซื้อยาตามร้านขายยามารับประทานเองทุกครั้งที่มีอาการ จนลืมคิดไปว่าอาการเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้ อาจนำไปสู่ความเสี่ยงเป็นมะเร็งในอนาคตได้ ซึ่งอาการผิดปกติของร่างกายที่พบบ่อยมากที่สุด ได้แก่

      กลืนอาหาร หรือทานอาหารปกติไม่ได้

        ผู้ที่ไม่สามารถทานอาหารได้อย่างปกติ หรือมีอาการกลืนอาหารลำบาก กลืนอาหารไม่ลง รู้สึกติดขัด และระคายเคืองบริเวณหลอดอาหารตลอดเวลา อาการเหล่านี้เป็นอาการเริ่มต้นของผู้ที่มีความเสี่ยงอาจก่อให้เกิดมะเร็งหลอดคอ หรือมะเร็งหลอดอาหาร และผู้ที่มีอาการท้องอืด แน่นท้อง มีอาการเสียท้องบ่อย มักจะแก้อาหารปวดด้วยการทานยาแก้ปวด ซึ่งหากปล่อยไว้เป็นระยะเวลานาน จนมีอาการปวดท้องเรื้อรัง อาจนำไปสู่การเกิดมะเร็งระบบทางเดินอาหารได้ โดยมะเร็งชนิดนี้ผู้ป่วยมักจะรู้ตัวในระยะที่ 2-3 ไปแล้ว เนื่องจากละเลยการดูแลสุขภาพ และคิดว่าเป็นการปวดท้องปกติทั่วไปเท่านั้น ซึ่งอาการปวดท้องต่าง ๆ เหล่านี้ หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษา อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ตามมา เช่น น้ำหนักลดอย่างรวดเร็ว มีอาการเบื่ออาหารแบบไม่ทราบสาเหตุได้

      เสียงแหบ และมีอาการไอเรื้อรัง

        โดยปกติแล้วผู้ที่มีอาการป่วย หรือเป็นหวัด มักจะมีอาการเสียงแหบ และไอ เพียงแค่ 1-2 สัปดาห์ อยู่ที่อาการป่วยของแต่ละบุคคล หากมีการรักษาโดยการใช้ยาก็จะทำให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วกว่าปกติ ผู้ที่มีอาการไอติดต่อกันเป็นระยะเวลานานเกินกว่า 2 สัปดาห์ โดยที่ไม่มีอาการป่วย จนนำไปสู่การไอเรื้อรังหาสาเหตุไม่ได้ และเสียงแหบเป็นระยะเวลานาน 2 อาการนี้หากทานยาแล้วอาการยังไม่ดีขึ้นต้องรีบพบแพทย์โดยทันที เพราะอาการเหล่านี้เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งปอด และมะเร็งกล่องเเสียง อีกทั้งอาจมีความเสี่ยงในการเป็นวัณโรคได้อีกด้วย ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษา เชื้อไวรัสและมะเร็งอาจกัดกินปอด จนทำให้ปอดไม่สามารถทำงานได้ หรือไม่สามารถหายใจเองได้นั่นเอง และผู้ป่วยจะเสียชีวิตในที่สุด เป็นอาการที่น่ากลัว และควรระวังให้มากที่สุด

      เลือดออกตาม หู ตา จมูก แบบผิดปกติ

        การมีเลือดออกแบบผิดปกติ อย่างเช่น มีเลือดออกตามหู ตา จมูก เต้านม ช่องคลอด ทวารหนัก ซึ่งอาการเหล่านี้ผู้ป่วยมักจะพบแพทย์โดยทันที ทำให้รู้ผลของอาการได้เร็ว และทำการรักษาอย่างทันท่วงนี้ ซึ่งอาการเลือดออกที่ผิดปกตินี้ อาจนำไปสู่ความเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งได้หลากหลายชนิดมาก อย่างเช่น มะเร็งในหู มะเร็งโพรงจมูก มะเร็งปากมดลูกเป็นต้น

      แผลเรื้อรังรักษาไม่หาย

        หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมการเป็นแผลเรื้อรัง แผลที่เกิดจากต่อมน้ำเหลืองอักเสบต่าง ๆ ที่ไม่สามารถรักษาได้หายขาดจึงมีโอกาสเสี่ยง นั่นเพราะว่า โดยปกติแล้วร่างกายจะมี Anti-body ที่ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย เพื่อนำมาใช้ต่อสู้กับเชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรีย และอาการผิดปกติต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับร่างกายได้เองอยู่แล้ว หากมีอาการใด ๆ ที่เกิดขึ้นเรื้อรังเป็นระยะเวลา ไม่สามารถรักษา หรือหายได้เอง ต้องรีบปรึกษาแพทย์โดยทันที เพราะอาการเรื้อรังที่อยู่กับร่างกายเรานานเกินกว่า 2 สัปดาห์ อย่างเช่น แผลในช่องปาก แผลบริเวณผิวหนัง แผลในกระเพาะอาหาร อาการเหล่านี้อาจเสี่ยงเป็นมะเร็งช่องปาก มะเร็งผิวหนัง หรือมะเร็งกระเพาะอาหารได้

      การเปลี่ยนแปลงของหูด หรือไฝตามร่างกาย

        ใครที่คิดว่าเป็นเรื่องปกติ คนเราเมื่อร่างกายมีการเจริญเติบโตขึ้น หูด และไฝตามร่างกายต้องมีการเติบโต มีการเปลี่ยนแปลง ผลัดเซลล์เก่าหลุดไป มีเซลล์ใหม่ขึ้นมาด้วยเช่นกันนั้น ซึ่งเป็นการสร้างเม็ดสีของผิวหนังเพียงเท่านั้น แต่ผู้หญิงหลายคนมักวิตกกังวลว่าการเปลี่ยนแปลงของไฝ จุดด่างดำบนใบหน้าจะเสี่ยงทำให้เป็นมะเร็งหรือเปล่า จริง ๆ แล้ว ไฝมะเร็งจะมีลักษณะพิเศษที่สามารถสังเกตุได้ชัด คือ การเปลี่ยนรูปอยู่ตลอดเวลา รูปร่างหน้าตาบิดเบี้ยว ไม่เป็นตุ่มกลมเหมือนไฝทั่วไป และความผิดปกติไม่ว่าจะเป็นสีที่มีหลากสี ขนาด รูปร่างที่โตเร็ว และจำนวนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วแบบผิดปกติ ซึ่งอาการเหล่านี้อาจเสี่ยงเป็นไฝมะเร็ง หรือมะเร็งผิวหนังได้

      ก้อนเนื้อ หรือตุ่มขึ้นตามส่วนต่างๆของร่างกาย

        ผู้ป่วยภูมิแพ้ หรือผู้ป่วยผิวหนังไม่ควรละเลย หรือเมินเฉยกับอาการนี้ เพราะนี่ไม่ใช่อาการปกติของผู้ป่วยโรคผิวหนัง หรือผื่นคันจากอาการแพ้อาหาร หรือแพ้อากาศแบบปกติทั่วไป เพราะการที่มีก้อนตุ่มขนาดต่าง ๆ รูปร่างแปลกประหลาด และมีสีที่เปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา และเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วนั้น อาการเหล่านี้ คือ ความผิดปกติของร่างกาย ดังนั้น หมั่นสังเกต และใส่ใจรายละเอียดต่าง ๆ ของร่างกายอย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งที่จะช่วยป้องกันโรคต่าง ๆ เหล่านี้ได้ อย่างเช่น มะเร็งต่อมน้ำเหลือง มะเร็งของเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน รวมไปถึงมะเร็งเต้านม ซึ่งใครหลายคนมักเข้าใจผิดว่าสามารถเกิดขึ้นกับเพศหญิงเท่านั้น ซึ่งแท้จริงแล้วมะเร็งเต้านมสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งในเพศชาย และเพศหญิง เพียงแต่เพศหญิงจะมีความเสี่ยงสูงกว่าเพศชายเท่านั้นเอง

      การขับถ่าย และการปัสสาวะที่ผิดปกติ

        การที่ร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงของระบบขับถ่ายอุจจาระ และปัสสาวะอย่างชัดเจน เช่น การถ่ายอุจจาระเป็นสีดำ หรือปัสสาวะเป็นเลือด จะมีอาการท้องผูกสลับท้องเดินเรื้อรัง ซึ่งอาจมีความเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ และทวารหนัก และผู้ที่มีอาการปัสสาวะขัดเรื้อรังเป็นระยะเวลานาน อาจมีความเสี่ยงเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากในเพศชายได้
         ฉะนั้นแล้วอาการผิดปกติไม่ว่าจะเล็กน้อย หรือใหญ่โตแค่ไหน หากเกิดขึ้นกับร่างกายก็ไม่ควรละเลยทั้งสิ้น ดังนั้น การใช้ชีวิตประจำวันจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด พฤติกรรมใดบ้างที่ควรลด ละ เลิก พฤติกรรมใดบ้างที่ควรให้ความใส่ใจมากที่สุด เพราะพฤติกรรมเหล่านี้อาจทำให้คุณอยู่ในกลุ่มเสี่ยงเกิดเป็นโรคมะเร็งชนิดต่างๆได้

      ผู้ที่มีโอกาสอยู่ในกลุ่มเสี่ยงเป็นมะเร็ง?

           ในปัจจุบันมีสายงานที่หลากหลายกว่าในอดีตมาก มีทั้งอาชีพเก่าที่ยังได้รับความนิยมอยู่ อาชีพที่มีความสำคัญกับเศรษฐกิจในปัจจุบัน และที่สำคัญคืออาชีพของคนรุ่นใหม่ ที่ได้รับความสนใจ และเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานในปัจจุบัน อย่าง โปรแกรมเมอร์ นักการตลาด นักสร้างคอนเทนต์ นักแคสเกม และอาชีพอิสระ หรือที่เรียกกันว่า “ฟรีแลนซ์” ซึ่งวัยทำงานไม่ว่าจะเป็นอาชีพก็เสี่ยงเป็นมะเร็งได้ทั้งนั้น หากทำงานหักโหม ไม่ดูแลสุขภาพ ละเลยในการตรวจร่างกายประจำปี วัยทำงานจะมีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งชนิดใดบ้าง

      1. โรคมะเร็งตับ จะพบมากในเพศชาย วัยทำงาน อายุระหว่าง 30-60 ปี ชอบสังสรรค์ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บ่อย ๆ ทานผัก และผลไม้น้อย และนิยมบริโภคอาหารสำเร็จรูป หรืออาหารฟาสต์ฟู้ดเป็นประจำ หากหนุ่ม ๆ คนใดที่เข้าข่ายเป็นโรคมะเร็งชนิดนี้ หันมาดูแลสุขภาพกันสักหน่อยเพื่อป้องกันตนเองจากโรคร้ายนี้

      2. โรคมะเร็งปอด พบมากในเพศชาย วัยทำงาน ในกลุ่มอาชีพที่เกี่ยวข้องกับสารเคมี หรืออุตสาหกรรม ซึ่งมีโอกาสรับพิษเข้าสู่ร่างกายได้มากกว่ากลุ่มอาชีพทั่วไป และพบมาในกลุ่มสายงานที่ต้องได้รับแรงกดดันสูง มีภาวะเครียดกับงานค่อนข้างสูง และมีพฤติกรรมเลือกสูบบุหรี่เพื่อให้ตนเองรู้สึกผ่อนคลาย ซึ่งจริง ๆ แล้ว การสูบบุหรี่ไม่ได้ส่งผลให้ร่างกายรู้สึกคลายเครียดแต่อย่างใด และที่สำคัญในบุหรี่มีสารพิษที่ชื่อว่า “ทาร์” เป็นสารที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็งปอดได้อีกด้วย เมื่อสารพิษเข้าสู่ร่างกาย สารนั้นจะไปทำลายเนื้อเยื่อต่างๆของปอดโดยทันที ดังนั้น วิธีการผ่อนคลายจากการทำงานได้ดีที่สุด คือ การหากิจกรรมอื่น ๆ ทำ เช่น การออกกำลังกาย การเล่นเกมผ่อนคลายสมอง การทานอาหารที่ช่วยให้สดชื่น หรือผ่อนคลาย สิ่งเหล่านี้มีประโยชน์กว่าการสูบบุหรี่อย่างแน่นอน

      3. โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ พบได้ทั้งเพศชาย และเพศหญิง ที่มีพฤติกรรมการทานอาหารที่ผิด โดยส่วนใหญ่พนักงานออฟฟิศมักเลือกทานอาหารที่รวดเร็ว สำเร็จรูป หาซื้อได้ง่าย ประหยัดเวลา ซึ่งจะเป็นจำพวกอาหารสำเร็จรูป อาหารฟาสต์ฟู้ด อาหารที่มีไขมันสูง ใยอาหารต่ำ ซึ่งอาหารเหล่านี้ล้วนแล้วแต่มีความเสี่ยงส่งผลให้เกิดโรคแทรกซ้อนต่าง ๆ ในอนาคตได้ ไม่ว่าจะเป็นโรคอ้วน ลำไส้อักเสบ กระเพาะอักเสบ จนพัฒนากลายเป็น โรคมะเร็งกระเพาะอาหาร โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้นั่นเอง

         โรคมะเร็งทั้ง 3 ชนิดที่ได้กล่าวมานั้น เป็นเพียงส่วนหนึ่งของโรคมะเร็งที่สามารถพบได้ในบุคคลวัยทำงานทั่วไป หากคุณได้อ่านบทความนี้แล้วอย่าพึ่งตกใจไป ถ้ามีการวางแผนการทำงาน วางแผนการใช้ชีวิต และดูแลสุขภาพเป็นอย่างดี ไม่หักโหมจนมากเกินไป ก็จะทำให้ลดโอกาสเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งเหล่านี้กับตัวของคุณได้ เพียงแค่ปรับพฤติกรรมในการใช้ชีวิตให้เหมาะสม โรคภัยก็จะเป็นเรื่องไกลตัวไปในทันที

การดูแลสุขภาพเป็นเรื่องง่ายสำหรับคนทั่วไป แต่สำหรับผู้ป่วยมะเร็งนั้นไม่ใช่เลย เพราะการดูแลสุขภาพให้แข็งแรงเป็นสิ่งสำคัญ และต้องใส่ใจเป็นพิเศษ

ในปัจจุบันมีนวัตกรรมทางการแพทย์เกิดขึ้นหลากหลายมาก ทั้งอุปกรณ์ เครื่องมือ วัคซีน ยารักษาโรค รวมไปถึงวิธีการรักษา ซึ่งการรักษามะเร็งด้วยภูมิคุ้มกันบำบัดเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมที่กำลังได้รับความสนใจ

“กรรมพันธุ์มะเร็ง” มรดกตกทอดจากรุ่นสู่รุ่นที่ไม่อาจหลีกหนี และปฏิเสธได้ แต่คุณสามารถดูแลตนเองให้รอดพ้นจากโรคร้ายนี้ได้ด้วยการรักษามะเร็งจากกรรมพันธุ์ด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด

วิธีเลือกรับประทานให้ช่วยลดโอกาสเสียชีวิตและไม่กลับเป็นมะเร็งซ้ำ
LIFE STYLE

งานวิจัยมากมายสรุปได้ว่า การเลือกรับประทานอาหารมีผลต่อการดำเนินของโรคมะเร็ง มีผลต่อความเสี่ยงกลับเป็นมะเร็งซ้ำ และการมีชีวิตรอดของผู้ป่วยหลังรักษา




BIM Friends

เกี่ยวกับเรา

BIM ย่อมาจาก Balancing IMmunity คือ การปรับภูมิคุ้มกันให้สมดุล

BIM100 หมายถึง การปรับสมดุลของภูมิคุ้มกัน เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและยืนยาวให้ได้ 100 ปี ด้วยการใช้สูตรอาหารที่วิจัยและพัฒนาโดยคณะนักวิจัย Operation BIM

ติดต่อเรา

ศูนย์บริการลูกค้า สุขและสวย โดย BIM100 เลขที่ 99 ศูนย์การค้าเอสพลานาด ชั้น 3 ห้องเลขที่ 317 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ

สายด่วน : 1154

โทรศัพท์ : 02-6464-800 , 02-6609-011

โทรสาร : 02-6464-802

อีเมล์ : [email protected]

Line ID : @bim100callcenter

Copyright © 2020 BIM100. All Rights Reserved.