วิธีดูแลตัวเองฉบับผู้ป่วยมะเร็ง

         วิธีดูแลสุขภาพให้แข็งแรง ฉบับผู้ป่วยมะเร็ง

           เชื่อว่าใครหลายคนคงทราบ และเข้าใจดีกับวิธีการดูแลตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการเลือกทานอาหาร การดื่มน้ำ การนอน รวมไปถึงการออกกำลังกาย ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่เราสามารถทำได้ในชีวิตประจำวันได้อยู่แล้ว แต่เรามักจะละเลย และไม่ได้ใส่เท่าที่ควร อย่างเช่น อาหารแบบไหนดีต่อสุขภาพ อาหารแบบไหนส่งผลเสียต่อสุขภาพ ถึงแม้ว่าเราจะรู้ว่าการทานอาหารทอด หวาน มัน เค็ม รสจัด จะเสี่ยงกับการเกิดโรคต่างๆที่จะตามมา แต่เราก็ยังจะทานต่อเพราะยึดติดในรสชาติของอาหาร ผลสุดท้ายเกิดเป็นผลเสียต่อร่างกาย ระบบย่อยอาหาร ระบบขับถ่ายทำงานได้ไม่ดี ส่งผลไปยังอวัยวะทุกส่วนของร่างกายเลยก็ว่าได้

           ซึ่งสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง การดูแลตนเองที่สำคัญที่สุดเลย นั่นคือ การเลือกทานอาหาร ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากภายในร่างกายมีเซลล์มะเร็งอยู่ การทานอาหารจึงต้องเลือกทานอาหารที่ไม่เป็นอาหารของมะเร็งด้วย ไม่ไปกระตุ้นเซลล์มะเร็งเติบโต โดยอาหารที่ควรหลีกเลี่ยง อาทิเช่น น้ำตาล เนื้อสด ของหมักดอง เป็นต้น

        หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงเพื่อสุขภาพที่ดี ฉบับผู้ป่วยมะเร็ง

          การดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงต้องเริ่มที่การปรับพฤติกรรมตัวเราเองก่อน ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตในแต่ละวัน เริ่มต้นจากเรื่องง่าย ๆ อย่างเช่น เรื่องอาหารการกิน การดื่มน้ำ พฤติกรรมการกินทุกอย่างล้วนมีผลกับสุขภาพของผู้ป่วยมะเร็ง และเซลล์มะเร็งทั้งสิ้น

          เนื่องจากมะเร็งเป็นเซลล์ที่เกิดจากความผิดปกติของร่างกาย ดังนั้น หากมะเร็งได้รับอาหารที่ชอบเข้าไปแล้วละก็จะส่งผลให้เซลล์มะเร็งนั้นเติบโต และแพร่กระจายไปยังอวัยวะ และเนื้อเยื่ออื่น ๆ ของร่างกายได้อย่างรวดเร็วจนไม่สามารถควบคุมได้ พฤติกรรมใดบ้างที่ผู้ป่วยควรหลีกเลี่ยง หรือปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตนเองใหม่..

        1. พฤติกรรมการกิน

          เมื่อคุณเริ่มรู้ตัวแล้วว่าตนเองเป็นมะเร็ง พฤติกรรมการกินสิ่งแรกที่คุณควรหยุดทำอย่างเด็ดขาดเลยนั่นคือ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะแอลกอฮอล์จะช่วยเร่งการเติบโตของมะเร็งได้นั่นเอง หากหยุดพฤติกรรมนี้ได้นี่คือก้าวแรกการมีสุขภาพที่ดีของคุณ และผู้ป่วยควรเลือกดื่มน้ำให้ได้มากที่สุด 3,000 มล.ต่อวัน เพื่อให้ระบบไหลเวียนเลือด และระบบขับถ่ายทำงานเป็นปกติ

          เนื่องจากมะเร็งจะสามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็วได้หากได้รับอาหารประเภทของหวาน น้ำตาล โดยเฉพาะน้ำตาลกลูโคส มักพบได้ในน้ำตาลทราย ผลไม้รสหวาน แป้ง เบเกอรี่ ของทอด ไขมันสูง ของมักดอง ของดิบ ของสด อาหารเหล่านี้ผู้ป่วยควรหลีกเลี่ยงให้ได้มากที่สุด เพื่อไม่ได้เซลล์มะเร็งได้รับสารอาหาร และเพิ่มผักใบเขียวไปในมื้ออาหารให้ได้ครึ่งหนึ่งของอาหารหนึ่งมื้อจะดีสำหรับผู้ป่วย

        2. การใช้สมองทำงานหนัก

          การทำงานอย่างหนักแบบชนิดที่ไม่มีเวลาพักผ่อน จนทำให้สมองเกิดความเครียด ซึ่งความเครียดนี้ไม่เพียงแค่ส่งผลต่อจิตใจเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ส่งผลกระทบถึงสุขภาพร่างกายของผู้ป่วยด้วย เพราะความเครียดจะทำให้ภูมิคุ้มกันในร่างกายลดลง และยิ่งส่งผลให้เซลล์เจริญเติบโตได้ เพราะฉะนั้น ความเครียดจึงเป็นสิ่งสำคัญกับผู้ป่วยมากเช่นกัน การรู้จักปล่อยวาง สร้างสุขภาพจิตที่ดีให้กับตนเอง สิ่งนี้จะช่วยให้ผู้ป่วยสามารถก้าวพ้นโรคร้ายนี้ไปได้ และสิ่งที่สำคัญที่มักจะมาควบคู่กับความเครียดนั่นคือการสูบบุหรี่ ซึ่งแท้จริงแล้วการสูบบุหรี่ไม่มีส่วนทำให้หายเครียด แต่จะยิ่งเพิ่มโรคร้ายเข้ามาทำลายร่างกายของเราอีกด้วย เพราะในบุหรี่มีสารก่อมะเร็งที่สามารถทำให้เกิดเซลล์มะเร็งได้มากกว่า 20 ชนิดเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นคนทั่วไป หรือผู้ป่วยมะเร็งควรเปลี่ยนแนวความคิดใหม่ เพราะคุณสามารถมีสุขภาพจิตที่ดีได้โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งบุหรี่อีกต่อไป

        3. การออกกำลังกาย

          ในแต่ละวันร่างกายของเราได้รับอาหาร สารอาหารหลากลายชนิด อาหารที่ทานเข้าไปสะสมอยู่ในร่างกายจะได้รับการเผาผลาญ และเปลี่ยนเป็นพลังงาน ซึ่งการออกกำลังเป็นวิธีการเผาผลาญไขมันในร่างกายได้ดี ซึ่งเจ้าก้อนไขมันก็เป็นอีกหนึ่งสาหตุของโรคมะเร็ง หากมีมากจนเกินไปจะทำให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันต่ำ และคนส่วนใหญ่มักละเลยกับการออกกำลังกายมากที่สุด โดยใช้เหตุผลยอดฮิตอย่างคำว่า “ไม่เวลา” ไม่มีเวลาไปวิ่ง ไม่มีเวลาไปฟิตเนส แต่จริง ๆ แล้วการออกกำลังกายเราสามารถทำได้ง่ายโดยที่ไม่ต้องออกไปฟิตเนส ออกไปวิ่ง หรือทำอะไรหนักเลย เพราะเพียงแค่เดินวันละ 10,000 ก้าว หรือประมาณ 10 กิโลเมตรโดยประมาณ จะช่วยเริ่มสร้างร่างกายให้แข็งแรง และมีภูมิคุ้มกันที่ดีได้

          การดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง และดูแลสุขภาพจิตให้ดีอยู่เสมอเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการรักษาตนเองให้ห่างไกลจากโรคมะเร็งได้ ดังนั้น การเลือกวิธีการรักษาโรคมะเร็ง ผู้ป่วยควรเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสม และส่งผลเสียต่อร่างกายตนเองให้น้อยที่สุด ซึ่งในปัจจุบันการรักษามะเร็งมีหลากหลายวิธีด้วยกัน อาทิเช่น การผ่าตัด การทำเคมีบำบัด รังสีบำบัด ภูมิคุ้มกันบำบัด ซึ่งวิธีที่ได้รับผลข้างเคียงน้อยที่สุด หรือแทบจะไม่พบในผู้ป่วยเลยอย่างการรักษาด้วยวิธีภูมิคุ้มกันบำบัดนั้น เป็นวิธีการรักษาที่เพิ่งได้รับการค้นพบได้ไม่นาน แต่ได้รับการทดลองแล้วพบว่ามีประสิทธิภาพในการจัดการมะเร็งได้อย่างแน่นอน

        ทำความรู้จักกับ “ภูมิคุ้มกันบำบัด” อีกครั้ง

          วิธีการรักษาด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด คือ อีกหนึ่งความภาคภูมิใจของคนไทยเลยก็ว่าได้ เพราะวิธีรักษานี้นักวิจัยได้ใช้เวลาร่วมกันกว่า 40 ปี เพื่อคิดค้นนวัตกรรมการรักษาผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็งในรูปแบบใหม่ขึ้นมาด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ อาทิ มังคุด ใบบัวบก งาดำ และอื่น ๆ อีกมากมาย นำมาผสมให้เสริมฤทธิ์กัน

          ภูมิคุ้มกันบำบัด เป็นการรักษาโดยใช้ภูมิสมดุลของร่างกายรักษาร่างกายให้แข็งแรงขึ้นเอง โดยสร้างเซลล์เม็ดเลือดขาวภูมิคุ้มกันในร่างกายให้มีเพิ่มมากขึ้น จนสามารถจัดการกับเซลล์ผิดปกติต่าง ๆ รวมถึงเซลล์มะเร็งด้วย โดย ศ.ดร. พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา และคณะนักวิจัย Operation BIM ได้คิดค้นนวัตกรรม “ภูมิคุ้มกันบำบัด” ด้วยการกระตุ้นเม็ดเลือดขาว โดย ศ.ดร.พิเชษฐ์ ได้อธิบายว่า... วิธีกระตุ้นเม็ดเลือดขาวภูมิคุ้มกันนั้น จะมีเม็ดเลือดขาว 2 เม็ดที่เรากระตุ้น คือ เม็ดเลือดขาว Th1 และ Th17 (T helper)

          จากงานวิจัยของ คณะนักวิจัย Operation BIM ได้พบว่า เม็ดเลือดขาว 2 ชนิดนี้ จะไปกระตุ้นสารที่จัดการกับเซลล์มะเร็ง ในขณะเดียวกันมันก็จะไปกระตุ้นเม็ดเลือดขาวอีกตัวหนึ่ง คือ เม็ดเลือดขาว เซลล์ T พิฆาต หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า Killer T cell มีหน้าที่ของมันก็คือกำจัดเซลล์ผิดปกติ เซลล์ผิดปกติหมายถึงเซลล์มะเร็ง เซลล์ที่ติดเชื้อทั้งหลาย เหล่านี้พื้นผิวของมันจะมีสัญญาน มีตำหนิ แล้วส่งสัญญานออกไปให้เซลล์ทีพิฆาตรับได้ว่าตรงนี้มีเซลล์ผิดปกติอยู่ หน้าที่ของ เซลล์ T พิฆาตคือต้องวิ่งเข้าไปตามหาเซลล์ตรงนั้น พอเข้าไปก็จับติดเลย ไปครอบไว้แล้วก็เจาะรูด้วย Perforin พ่นสาร Granzymes สาร Granzymes ก็คือสารที่ย่อยโปรตีน ซึ่งเซลล์มะเร็งก็คือโปรตีนนั่นเอง นอกจากจะถูกย่อยสลายไปแล้ว ภูมิคุ้มกันบำบัดยังช่วยทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงขึ้นอีกด้วย

          การดูแลสุขภาพเป็นเรื่องง่ายนิดเดียว แต่มีผลต่อสุขภาพร่างกายในวงกว้างมาก ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ป่วยมะเร็ง หรือคนทั่วไปที่รักในการดูแลสุขภาพ ก็สามารถดูแลสุขภาพให้แข็งแรงได้ด้วยนวัตกรรมภูมิคุ้มกันบำบัด และการดูแลตนเองอย่างถูกวิธี เพียงเท่านี้คุณก็จะมีวันที่ดีอยู่กับคนที่รักไปได้อีกนาน

ในปัจจุบันมีนวัตกรรมทางการแพทย์เกิดขึ้นหลากหลายมาก ทั้งอุปกรณ์ เครื่องมือ วัคซีน ยารักษาโรค รวมไปถึงวิธีการรักษา ซึ่งการรักษามะเร็งด้วยภูมิคุ้มกันบำบัดเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมที่กำลังได้รับความสนใจ

“กรรมพันธุ์มะเร็ง” มรดกตกทอดจากรุ่นสู่รุ่นที่ไม่อาจหลีกหนี และปฏิเสธได้ แต่คุณสามารถดูแลตนเองให้รอดพ้นจากโรคร้ายนี้ได้ด้วยการรักษามะเร็งจากกรรมพันธุ์ด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด

ปี 2537 คุณหว่องรู้ว่าตัวเองเป็นมะเร็งครั้งแรกคือเป็นที่ โพรงจมูก คุณหว่องเข้ารับการรักษาแบบผ่าตัด แต่ไม่ทำให้ดีขึ้น ทั้งยังเจ็บป่วยจากอาการหวัดอยู่ตลอดเวลา

ครั้งแรกที่ Mr.Nicholas ตรวจพบว่าเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก คุณหมอแจ้งว่าเป็นระยะลุกลามแล้ว ซึ่งตัวเลขค่า PSA ค่อนข้างน่าตกใจ คือสูงในระดับ 90 ขึ้นไปแล้ว




BIM Friends

เกี่ยวกับเรา

BIM ย่อมาจาก Balancing IMmunity คือ การปรับภูมิคุ้มกันให้สมดุล

BIM100 หมายถึง การปรับสมดุลของภูมิคุ้มกัน เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและยืนยาวให้ได้ 100 ปี ด้วยการใช้สูตรอาหารที่วิจัยและพัฒนาโดยคณะนักวิจัย Operation BIM

ติดต่อเรา

ศูนย์บริการลูกค้า สุขและสวย โดย BIM100 เลขที่ 99 ศูนย์การค้าเอสพลานาด ชั้น 3 ห้องเลขที่ 317 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ

สายด่วน : 1154

โทรศัพท์ : 02-6464-800 , 02-6609-011

โทรสาร : 02-6464-802

อีเมล์ : [email protected]

Line ID : @bim100callcenter

Copyright © 2020 BIM100. All Rights Reserved.