เป็นที่รู้กันดีว่าระบบภูมิคุ้มกันนั้นสำคัญมากในการดำรงชีวิตของมนุษย์ เพราะเป็นสิ่งที่ช่วยป้องกันไม่ให้เชื้อโรคร้ายต่าง ๆ เช่น ไวรัส แบคทีเรีย เข้ามาในร่างกาย เมื่อไหร่ก็ตามที่ภูมิคุ้มกันลดลงหรือมีความบกพร่อง เชื้อโรคเหล่านั้นก็มีโอกาสที่จะเข้ามาทำร้ายร่างกายได้ โดยเฉพาะกับผู้ที่ไม่แข็งแรงหรือมีอาการป่วยเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว อย่างในกรณีของผู้ป่วยมะเร็งหรือติดเชื้อ HIV ภูมิคุ้มกันเป็นสิ่งที่เรียกว่าสำคัญมากถึงมากที่สุด สำหรับผู้ป่วยมะเร็งที่มีเนื้อร้ายอยู่ในร่างกาย เซลล์มะเร็งนั้นจะค่อย ๆ เติบโตขึ้นถ้าดูแลร่างกายไม่ดีพอ หรือรับประทานอาหารที่กระตุ้นเซลล์มะเร็ง เช่น เนื้อแดง น้ำตาล เป็นต้น โดยเฉพาะผู้ป่วยที่เข้าสู่กระบวนการรักษาด้วยเคมีบำบัดและรังสีบำบัด มีโอกาสที่ร่างกายจะอ่อนแอลงเนื่องด้วยเป็นผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นจากการรักษา ส่วนถ้าเป็นผู้ติดเชื้อ HIV หรือ ภูมิคุ้มกันบกพร่อง สิ่งที่น่ากลัวคือ HIV ไม่ได้ทำร้ายร่างกายของผู้ติดเชื้อโดยตรง แต่จะไปทำลายระบบภูมิคุ้มกันจนเป็นโรคแทรกซ้อนมากมาย มีตั้งแต่อาการป่วยในระดับน้อยไปจนถึงระดับอันตรายถึงแก่ชีวิตอย่าง วัณโรค หรือ มะเร็ง ก็เป็นได้ เพราะหากไม่เคร่งครัดในการดูแลตนเอง เชื้อไวรัสจะทำลายระบบภูมิคุ้มกันจนค่า CD4 เม็ดเลือดขาวภูมิคุ้มกันลดลงไปต่ำมาก ๆ ต่ำถึง 200 ทั้งที่ปกติควรจะอยู่ที่ประมาณ 600 ขึ้นไป นั่นแปลว่าเริ่มเข้าขั้นอันตรายแล้ว

         จะเห็นได้ว่าระบบภูมิคุ้มกันนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เป็นทั้งตัวช่วยในการป้องกัน รักษา และฟื้นฟูร่างกาย เพราะการสร้างภูมิสมมดุลนั้นช่วยให้อาการของผู้ป่วยดีขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็นโรคมะเร็ง ติดเชื้อ HIV ภูมิแพ้ ไทรอยด์เป็นพิษ ข้อเข่าอักเสบ ไมเกรน เก๊าท์ เบาหวาน ไซนัสอักเสบ สะเก็ดเงิน กรดไหลย้อน รูมาตอยส์ และอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งการปรับสมดุลสำหรับผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือ การเพิ่มภูมิคุ้มกันสำหรับผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำเกินไป สามารถทำได้หลากหลายวิธี เช่น รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ พยายามไม่เครียดหรือเป็นกังวลกับโรคภัยไข้เจ็บมากเกินไป มีกำลังใจจากตนเองและคนรอบข้าง เป็นต้น ล้วนแล้วแต่เป็นวิธีการธรรมชาติทั้งสิ้น

         นอกเหนือไปจากวิธีที่กล่าวมา ยังมีอีกหนึ่งวิธีซึ่งเป็นนวัตกรรมที่คิดค้นโดย ศ.ดร. พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา และคณะนักวิจัย Operation BIM พวกเขาใช้เวลากว่า 42 ปีในการคิดค้นนวัตกรรมที่มีชื่อว่า “ภูมิคุ้มกันบำบัด” ด้วยการกระตุ้นเม็ดเลือดขาว “เซลล์ T พิฆาต” เพื่อไปจัดการกับเซลล์ที่ติดเชื้อในร่างกาย อย่างมีประสิทธิภาพสูง ประหยัด ปลอดภัย ไร้ผลข้างเคียง

“ภูมิคุ้มกันบำบัด” กระบวนการรักษาด้วยธรรมชาติ

         จากความทุ่มเทของอาจารย์และคณะ Operation BIM เพื่อวิจัยและค้นคว้าหนทางดูแลผู้ป่วยให้ทุกคนมีร่างกายที่แข็งแรงขึ้น มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เป็นระยะเวลาหลายทศวรรษจนได้ค้นพบว่าสารสกัดจาก “มังคุด” นั้นเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย โดยวิธีการหลักคือกระตุ้นการทำงานของเม็ดเลือดขาวภูมิคุ้มกันด้วยกระบวนการธรรมชาติ สิ่งนี้สามารถรักษาโรคได้มากมาย อาจารย์ได้อธิบายถึงการทำงานของนวัตกรรมนี้ไว้ว่า

         “เราใช้วิธีกระตุ้นเม็ดเลือดขาวภูมิคุ้มกัน ซึ่งเม็ดเลือดขาวภูมิคุ้มกัน 2 ชนิดที่เรากระตุ้นคือ เม็ดเลือดขาว Th1 และ Th17 (T helper) เม็ดเลือดขาวสองชนิดนี้มันจะไปกระตุ้นสารที่จัดการกับเซลล์มะเร็ง ในขณะเดียวกันมันก็จะไปกระตุ้นเม็ดเลือดขาวอีกตัวหนึ่ง คือเม็ดเลือดขาวเซลล์ T พิฆาต ทางฝรั่งเขาเรียก Killer T cell ตั้งชื่อเพื่อให้คนไทยรู้จักคือ เซลล์ T พิฆาต หน้าที่ของมันก็คือกำจัดเซลล์ผิดปกติ เซลล์ผิดปกติหมายถึงเซลล์มะเร็ง เซลล์ที่ติดเชื้อทั้งหลาย เหล่านี้พื้นผิวของมันจะมีสัญญาน มีตำหนิ แล้วส่งสัญญาณ ออกไปให้เซลล์ T พิฆาตรับรู้ได้ว่า ตรงนี้มีเซลล์ผิดปกติอยู่ หน้าที่ของ เซลล์ T พิฆาตคือต้องวิ่งเข้าไปตามหาเซลล์ผิดปกตินั้น พอเข้าไปก็จับติดเลย ไปครอบไว้แล้วก็เจาะรูด้วย Perforin พ่นสาร Granzymes สาร Granzymes ก็คือสารที่ย่อยโปรตีน เซลล์มะเร็งก็คือโปรตีนจะถูกย่อยสลายไปเลย”

         เพราะภูมิคุ้มกันบำบัดนั้นเป็นวิธีการธรรมชาติ 100% ดังนั้นจึงไม่มีผลข้างเคียงในระยะยาวแน่นอน ซึ่งมีผู้ป่วยมาเข้ารับการทำภูมิคุ้มกันบำบัดกับผลิตภัณฑ์ APCO และประสบความสำเร็จมากมาย จากคนที่นอนรอความตายกลายเป็นลุกขึ้นเดินหน้าใช้ชีวิตต่อไปได้อย่างแข็งแรง

APCO ไม่ได้มีดีแค่ “ภูมิคุ้มกันบำบัด”

         อันที่จริง ศ.ดร. พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา นั้น นอกเหนือจากที่เขาร่วมกับคณะนักวิจัยเพื่อค้นคว้านวัตกรรมช่วยเหลือผู้ป่วยแล้ว อาจารย์บอกเสมอว่านอกจากภูมิคุ้มกันบำบัด ยังต้องมีเรื่องของการดูแลสุขภาพในด้านอื่น ๆ รวมไปจนถึงด้านจิตใจ จึงมีโครงการใหญ่ ๆ 2 โครงการที่น่าสนใจ นั่นก็คือ

       1. ผลิตรายการให้กำลังใจผู้ป่วย

         ด้วยยุคนี้เป็นยุคของ Social Media อาจารย์จึงได้ริเริ่มไอเดียเพื่อผลิตรายการเผยแพร่ผ่านสื่อออนไลน์ที่มีอยู่ในมือ เชิญผู้ป่วยที่ใช้นวัตกรรม APCO มาเล่าประสบการณ์ตั้งแต่เริ่มรู้ว่าตนเองเป็นโรคร้าย จนอาการในปัจจุบันที่ดีขึ้นตามลำดับ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นกำลังใจให้กับคนที่เจอปัญหาเหมือนหรือใกล้เคียงกัน ซึ่งสามารถติดตามได้ทั้งทาง Facebook Youtube หรือ Website

       2. APCO Life Fitness Challenge

         เป็นโครงการสำหรับผู้ติดเชื้อ HIV ให้มาเข้าร่วมเพื่อท้าทายชีวิตด้วยการเข้ายิม มีไว้สำหรับผู้ติดเชื้อที่ไม่ต้องการใช้ยาต้านไวรัส บำบัดตนเองด้วยกระบวนการธรรมชาติ วัตถุประสงค์หลักคือการเพิ่มค่า CD4 ให้สูงจนโรคแทรกซ้อนไม่สามารถเข้ามาทำร้ายร่างกายได้ โดยผู้ติดเชื้อที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับผลิตภัณฑ์ APCO ไปพร้อมกับคำแนะนำเรื่องการดูแลสุขภาพที่ถูกต้องและเหมาะสมกับแต่ละบุคคล เป็นโครงการที่ค่อนข้างประสบความสำเร็จเลยทีเดียว ใครก็ตามที่เข้าร่วมโครงการนี้ ถ้าปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัดจะสามารถเพิ่มค่า CD4 ได้อย่างเป็นที่น่าพอใจ

       ปัจจัยสำคัญที่ผู้ป่วยโรคร้าย “อาการดีขึ้น”

         นอกจากการดูแลตนเอง ใช้นวัตกรรมภูมิคุ้มกันบำบัด ยังมีอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้อาการป่วยดีขึ้น นั่นก็คือสภาพจิตใจ อาจารย์เล่าถึงผู้คนที่เข้ามาพบกับเขาว่า

“โดยปกติคนที่เข้ามาหาผมก็มักจะเป็นคนที่จัดการกับปัญหาของเขาจนกระทั่งแก้ไขไม่ได้แล้ว หรือง่าย ๆ คือใกล้จะเสียชีวิตแล้ว หมายความว่าพวกเขาทำใจแล้วว่าไม่มีอะไรจะเสียไปมากกว่านี้ เพราะฉะนั้นคนที่คิดแบบนี้มักจะดีขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากไม่มีความแคลงใจในนวัตกรรมของเรา เอาจริง ๆ นวัตกรรมของผมและคณะวิจัยนี้สามารถช่วยให้คนที่แย่ที่สุดกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้นะครับ เพราะวิทยาการตรงนี้เป็นวิธีการที่ทั้งรักษา สร้างภูมิคุ้มกันเพื่อบำบัด แล้วก็ใช้ป้องกันเชื้อโรคร้ายได้อีกด้วย”

         สรุปก็คือ ภูมิคุ้มกันบำบัด + อาหารที่ดี + สภาพจิตใจที่เข้มแข็ง เป็นสิ่งสำคัญที่บ่งชี้ได้เลยว่าช่วยให้อาการของผู้ป่วยทุกประเภทดีขึ้นได้ สำหรับใครที่ยังลังเลใจ สนใจนวัตกรรมภูมิคุ้มกันบำบัดนี้ ขอย้ำอีกทีว่านี่คือกระบวนการทางธรรมชาติอย่างแท้จริง มั่นใจได้เลยว่าเป็นวิธีปรับสมดุลของภูมิคุ้มกันเพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและยืนยาว อย่างไม่ต้องกลัวผลข้างเคียงใด ๆ ทั้งสิ้น

ภูมิคุ้มกันบำบัด คือ กุญแจสำคัญของผู้ป่วยโรคร้ายอย่างเนื้อร้าย และภูมิคุ้มกันบกพร่อง เพราะร่างกายจะต่อสู้กับมันได้ต้องมีภูมิคุ้มกันที่มากพอ จงมีความเชื่อว่าคุณจะแข็งแรงขึ้นในทุกวัน

วัณโรค คือ 1 ใน 10 โรคร้ายที่คร่าชีวิตผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำมากที่สุด ซึ่ง CD4 (เม็ดเลือดขาวภูมิคุ้มกัน) เป็นกุญแจสำคัญในการเอาชนะโรคนี้ เชื่อเถอะถ้าร่างกายแข็งแรงพอ คุณจะรอดปลอดภัยจากทุกโรค

“ภูมิคุ้มกันบำบัด” นวัตกรรมที่ช่วยให้สุขภาพของผู้ป่วยโรคร้าย ทั้งมะเร็ง เอดส์ ภูมิคุ้มกันบกพร่อง ฯลฯ ให้แข็งแรงขึ้นได้ด้วยวิธีการธรรมชาติอย่างยั่งยืน

HIV และ มะเร็ง ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวถ้าคุณรู้จัก “ภูมิคุ้มกันบำบัด” สร้างความแข็งแกร่งให้ร่างกาย สู้กับโรคร้ายด้วยวิธีที่ถูกบวกกับใจที่เข้มแข็งแล้วคุณจะได้ชีวิตใหม่




เกี่ยวกับเรา

BIM ย่อมาจาก Balancing IMmunity คือ การปรับภูมิคุ้มกันให้สมดุล

BIM100 หมายถึง การปรับสมดุลของภูมิคุ้มกัน เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและยืนยาวให้ได้ 100 ปี ด้วยการใช้สูตรอาหารที่วิจัยและพัฒนาโดยคณะนักวิจัย Operation BIM

ติดต่อเรา

ศูนย์บริการลูกค้า สุขและสวย โดย BIM100 เลขที่ 99 ศูนย์การค้าเอสพลานาด ชั้น 3 ห้องเลขที่ 317 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ

สายด่วน : 1154

โทรศัพท์ : 02-6464-800 , 02-6609-011

โทรสาร : 02-6464-802

อีเมล์ : [email protected]

Line ID : @bim100callcenter

Copyright © 2020 BIM100. All Rights Reserved.