ภูมิคุ้มกันบำบัดด้วย เซลล์ T พิฆาต กำจัดเนื้อร้าย และเชื้อ HIV

         มะเร็งคือโรคที่คร่าชีวิตคนทั้งโลกมาเป็นอันดับ 1 เมื่อปี 2561 แต่ดูเหมือนว่าเรามีอีกหนึ่งทางเลือกที่ทำให้ร่างกายแข็งแรงด้วยการเพิ่มภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงกับนวัตกรรมภูมิคุ้มกันบำบัดด้วยการกระตุ้นเม็ดเลือดขาว เซลล์ T พิฆาต โดยเฉพาะอย่างยิ่งนวัตกรรมนี้ยเป็นที่คาดหวังของผู้ที่ติดเชื้อ HIV เพราะทำให้เชื้อ HIV หมดฤทธิ์หรือ HIV Functional Cure ได้

        กว่า 10 ปีแล้ว ที่ ศ.ดร.พิเชษฐ์พูดถึงการกระตุ้นเซลล์ T พิฆาต (killer T cell )

         อาจารย์อธิบายว่าเซลล์ T พิฆาต คือเซลล์เม็ดเลือดขาวในร่างกายของคนเรา มีหน้าจัดการกับสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกายหรือที่เกิดขึ้นในร่างกาย เพียงแต่เราต้องกระตุ้นมันขึ้นมาเพื่อให้มีประสิทธิภาพในจัดการกับสิ่งแปลกปลอมให้ได้

ถ้ากระตุ้นเยอะๆ ก็มีภูมิคุ้มกันเพิ่มขึ้น แต่ไม่มีโอกาสเพิ่มมากเกินไป แล้วก็ภูมิคุ้มกันบำบัดด้วยเซลล์ T พิฆาต ใน 10 กว่าปีที่ผ่านมาเรามีผู้เป็นมะเร็งได้ใช้เพื่อดูแลแก้ไขปัญหาสุขภาพมาเป็นพันราย จนกระทั่งได้รับรางวัลจากตลาดหลักทรัพย์เป็นนวัตกรรมที่ตลาดหลักทรัพย์ให้เป็นนวัตกรรมดีเด่นเมื่อปี 2559

ตัวอย่างบางส่วนของผู้มีคุณภาพชีวิตดีขึ้นหลังจากใช้ภูมิคุ้มกันบำบัดด้วยเซลล์ T พิฆาต

- คุณสุเทพซึ่งเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากระยะสุดท้ายมะเร็งกัดกินไปที่กระดูกแล้วทำให้เดินไม่ได้ ปัจจุบันเดินได้แล้วและแข็งแรงมาเป็นเวลา 7 ปีแล้ว
- คุณสุภัสสรา เอมเอก เป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองลามไปที่กระดูกขา ปัจจุบันนี้แข็งแรงมาเป็นเวลา 7 ปี
- คุณกัญญ์ดริน เป็นมะเร็งที่ปากมดลูกครับลามไปที่กระดูกเชิงกราน สุ ขภาพดีมา 2 ปี
- คุณอ้อเป็นมะเร็งที่เต้านมเป็นถึง 10 ปี ปัจจุบันนี้สุขภาพดีเป็นปีที่ 17 แล้ว
- นิโคลัส เชีย ชาวสิงคโปร์เป็นมะเร็งต่อมลูกหมากระยะสุดท้ายมีคุณภาพชีวิตเป็นปกติดีมา 4 ปี
- คุณประกายรัตน์ นาคเงินนะเป็นมะเร็งที่ต่อมน้ำเหลือง คุณภาพชีวิตปกติมา 4 ปีแล้วครับ
- เรายังมีตัวอย่างของคนที่เป็นมะเร็งในที่ต่างๆ กันอีก เช่น เนื้อร้ายที่โพรงจมูก ที่ลำไส้ใหญ่ลามไปกระดูก ที่โพรงจมูกลามไปที่ต่อมน้ำเหลือง ที่เต้านม แล้วก็ Leukemia ก็คือมะเร็งเม็ดเลือดขาวนะครับ สรุปแล้วก็คือแก้ไขปัญหาและเพิ่มคุณภาพชีวิตได้ทุกๆ อาการ

เซลล์ T พิฆาต จัดการกับมะเร็ง และจัดการกับเชื้อ HIV ได้

         39 ปีมาแล้วที่นักวิจัยพยายามหาทางรักษา HIV ให้หายขาด แต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ ปัจจุบันนี้ในเมืองไทยก็จะมีผู้ติดเชื้ออยู่ประมาณ 5 แสนคน ทั่วโลกก็ 36 ล้านคน และมีหลายรายที่รับผลิตภัณฑ์ต้านไวรัสแล้วก็ยังไม่ดีขึ้น ในบ้านเราคณะนักวิจัยใช้นวัตกรรมนี้ช่วยคน เช่น ที่โรงพยาบาลแม่ออน ซึ่งเป็นกลุ่มทดสอบ แล้วก็มีเด็กๆ ที่บ้านแกร์ด้า 70 ราย คนเหล่านี้เราช่วยให้เขามีสุขภาพที่แข็งแรงขึ้น แล้วก็ CD4 เพิ่มขึ้น ที่บ้านแกร์ด้าเราช่วยให้เด็กที่ติดเชื้อฉวยโอกาสแล้วให้ดีขึ้นได้ในเวลาอันสั้น แล้วก็มีสุขภาพที่ดีขึ้นตลอดเวลา 8 ปีมาแล้ว โดยที่เราให้นวัตกรรมของเราช่วยเด็กๆ เหล่านี้โดยไม่คิดมูลค่าใดๆ

         เรามีอาสาสมัครที่มีโอกาสติดเชื้อฉวยโอกาสมีความเสี่ยงคือ CD4 ต่ำกว่า 200 cell/cu.mm. เราก็เชิญเขามา 20 ราย แล้วเราก็ให้ใช้นวัตกรรม APCOcap เพิ่ม CD4 ให้เขาเกินกว่า 200 cell/cu.mm. ในเวลาเพียง 1 เดือนทั้ง 20 คนเพิ่ม CD4 ได้เกิน 200 cell/cu.mm. คิดเป็น 100%


         CD4 เพิ่ม ภูมิคุ้มกันเพิ่ม โอกาสการติดเชื้อฉวยโอกาสก็ไม่มี

         ภูมิคุ้มกันบำบัดด้วยเซลล์ T พิฆาต สามารถช่วยคนที่เอดส์ระยะสุดท้ายแล้วก็มีมะเร็งร่วมด้วย ตัวอย่างเช่น

         คุณเอเป็นมะเร็งที่สมองลามไปที่ช่องท้องและกระดูกสันหลังด้วยผู้เชี่ยวชาญบอกว่าว่าเสียชีวิตแน่นอนปัจจุบันนี้กลับไปทำงานได้ 3 ปีแล้ว

      คุณหวานผู้ติดเชื้อฉวยโอกาสระยะสุดท้าย ต่อมาก็มีมะเร็งที่ปากหมดลูกร่วมด้วยปัจจุบันนี้ก็ปลอดจากเนื้อร้ายแล้ว

สิ่งเหล่านี้ก็เป็นสิ่งที่เรามั่นใจว่าภูมิคุ้มกันบำบัดด้วยเซลล์ T พิฆาตทำหน้าที่ได้อย่างฉมัง แล้วก็ปลอดภัย ไร้ผลข้างเคียง

         เป็นเพราะว่าเซลล์ T พิฆาตจะวิ่งเข้าไปจับเฉพาะเซลล์ที่ผิดปกติ เซลล์ปกติมันจะไม่จับเลย เนื่องจากเซลล์ผิดปกติจะมีสัญญาณอยู่ที่พื้นผิวของเซลล์ที่เรียกว่า Antigen พอ Receptor ของเซลล์ T พิฆาต วิ่งเข้าไปจับเจอมันก็เจาะรูแล้วก็พ่นสารย่อยโปรตีน เซลล์เป็นโปรตีน เชื้ออะไรที่อยู่ข้างในเซลล์ก็เป็นโปรตีน HIV ที่อยู่ในเซลล์ก็เป็นโปรตีน เซลล์มะเร็งก็เป็นโปรตีนเพราะฉะนั้นจึงถูกเซลล์ T พิฆาตย่อยสลายไปหมด


เป็นความสำเร็จครั้งแรกของโลก ที่ทำให้เชื้อ HIV หมดฤทธิ์ โดยไม่ต้องใช้ยาต้านไวรัส

         “หมดฤทธิ์ก็คือว่า เราบอกไม่ได้ว่ามี HIV หรือเปล่า แต่มันไม่แสดงอาการแล้วสุขภาพแข็งแรง” ตลอดเวลา 39 ปี ที่ผ่านมาทั่วโลกเขาก็ใช้ยาต้านไวรัสกันนะครับแต่มีผลข้างเคียงเยอะมากทั้งระยะสั้น ระยะยาว ยาต้านอาจทำให้เชื้อ HIV ลดลงไปจนตรวจไม่พบ แต่ก็ทำให้สุขภาพไม่ดี ทั่วโลกก็พยายามหาสิ่งใหม่ ก็คือหาวิธีการที่ไม่ใช้ยาต้านไวรัส เพื่อทำให้ HIV ตรวจไม่เจอ หรือหมดฤทธิ์ เรียกว่า HIV Functional Cure ของเราแปลว่าหมดฤทธิ์ เราก็ใช้นวัตกรรมของเราในกลุ่มผู้ติดเชื้อ HIV ใหม่ คนที่ยังไม่ใช้ยาต้าน คนเหล่านี้ตรวจพบเชื้อแล้วแต่หมอยังไม่ให้ใช้ยาต้าน

         8 รายแล้วที่เกิดภาวะ HIV หมดฤทธิ์ โดยไม่ได้ใช้ยาต้าน โดยใช้แค่ภูมิคุ้มกันบำบัดด้วยเซลล์ T พิฆาต

อัพเดท ตุลาคม 63
ปัจจุบันมีผู้ติดเชื้อ เกิดภาวะ HIV หมดฤทธิ์แล้วทั้งสิ้น 8 ราย

- รายแรกคุณ M ที่ตรวจไม่พบเชื้อเป็นเวลาเกินกว่า 4 ปี แล้วก็ไม่ได้ใช้ยาต้านเลย คุณ M เริ่มจากเชื้อไวรัสที่มีกว่า 34,462 ก็ลดลงไปเหลือ 31,916 เหลือ 6,988 แล้วก็เหลือ 0 หรือตรวจไม่เจอในเวลา 1 ปี ปัจจุบันนี้ 4 ปีแล้วที่ตรวจไม่เจอครับ
- คุณ K 16 เดือนตรวจเชื้อ HIV 18 ครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าเขาไม่มีเชื้อ HIV จริงๆ คุณ K ตรวจไม่พบเชื้อตั้งแต่ 2 เดือนแรกที่เข้ามาทดสอบกับเรา โดยใช้ 9 แคปซูล/วัน ใน 2 เดือนตรวจไม่พบเชื้อแล้ว หลังจากนั้นก็ไม่พบเชื้อเลย จนกระทั่งเกือบครบปีแล้วเราก็ให้ลดจำนวนของการใช้ ปัจจุบันนี้แทบจะไม่ค่อยได้ใช้เลยก็นเป็นเวลา 16 เดือนแล้ว ไปตรวจเชื้อ HIV 18 ครั้ง ไม่เจอเลย เราอยากจะบอกว่าเขาหายแล้ว แต่ว่าเราพูดไม่ได้นะครับ
- คุณ L ก็ตรวจเชื้อไม่พบมาแล้วเป็นเวลา 9 เดือน คุณ L นี่จะเห็นว่าจากเชื้อ HIV 477 นะครับ ภายใน 3 เดือนลงเหลือ 0 คือวัดไม่ได้แล้ว

         ความสำคัญที่ต้องพร็อตมาเป็นกราฟของแต่ละคนเพราะอะไร ?

         เพื่อที่จะให้เห็นความต่อเนื่องของการลดลงของเชื้อ HIV มันชัดเพราะเราวัดทุกๆ เดือน ทุกๆ ครั้ง หรือทุก 3 เดือน

   ยกตัวอย่างรายที่ 5 จะมีการขึ้นๆ ลงๆ มันแตะลงมาเกือบจะ 0 แล้ว เกือบตรวจไม่เจอแล้ว แต่มันเด้งขึ้นไปใหม่แล้วค่อยๆ ลงมาเกิดขึ้นเนื่องจากดูแลสุขภาพไม่ค่อยดี

   รายที่ 6 ลดจาก 10,025 ลงเหลือตรวจไม่เจอในเวลา 4 เดือน จากกุมภาพันธ์ มามิถุนายน โดยใช้ภูมิคุ้มกันบำบัด APCO ยังไม่มีใครทำเช่นนี้ได้ เพราะฉะนั้นเราก็คืออันดับ 1 แล้ว

    รายที่ 7 รายนี้เป็นรายที่คุณหมอชาญวิทย์ส่งมาให้ บอกว่าอาจารย์ช่วยดูหน่อยคนนี้ผมคิดว่าเขาแย่แล้วเพราะว่าเขาติดเชื้อเต็มไปหมด แล้วก็ติดเชื้อ HIV มาเป็นเวลา 3 ปี โดยไม่ได้ใช้ยาต้านไวรัสเลย  เขาปล่อยแบบนี้มา 3 ปี  ตอนมาหาเรานี่แทบจะเดินไม่ได้แล้วนะครับ แล้วเราก็แนะนำเขาให้ไปตรวจเชื้อ HIV ที่สภากาชาด  แล้วเราก็เริ่มให้เขาใช้นวัตกรรม APCOcap จากไวรัส 2 ล้าน 5 แสนกว่า 6 เดือน ไวรัสเหลือ 69  เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 63  แล้วอีกเดือนต่อมาสิงหาคม ก็ตรวจไม่เจอแล้ว คือต่ำกว่า 20 copies/ml เราบอกเป็น 0 ไม่ได้  คืออาจจะมีน้อยจนตรวจไม่พบ สำหรับรายนี้เป็นรายที่มีไวรัสเยอะที่สุดที่เราเคยตรวจจากคนที่ไม่เคยใช้ยาต้านนะครับ HIV 2 ล้าน 5 แสน จนกระทั่ง Functional Cure หรือ HIV หมดฤทธิ์ ใช้เวลาเพียง 7 เดือน

“ที่เราบอกว่าเป็นคนที่ HIV หมดฤทธิ์เนี่ย ในรายที่ 2 ที่ตรวจ 18 ครั้ง ในเวลา 16 เดือน แล้วตรวจไม่พบเชื้อทั้งที่เขาเคยมีเชื้ออยู่เราจะบอกได้ไหมว่าเชื้อเขาหมดแล้ว ถ้าหากว่าหมดจริงๆ นี่คือเขาหายนะ แต่เราก็บอกไม่ได้ เพราะว่าเขาก็ยังมี Antibody อยู่ในตัว เพราะฉะนั้นก็รอดูต่อไป”

อีก 10 รายที่อยู่ในระหว่างที่เชื้อ HIV ลดลงเรื่อยๆ และอาจเกิด HIV หมดฤทธิ์ในที่สุด

HIV Functional Cure หรือว่า HIV หมดฤทธิ์ หมายถึงว่าคนนั้นคุณภาพชีวิตดีขึ้น แข็งแรงขึ้น ไม่แพร่เชื้อแล้ว และไม่มีโรคฉวยโอกาสด้วย

         ปัญหาสุขภาพด้านอื่น ภูมิคุ้มกันบำบัดด้วยเซลล์ T พิฆาตช่วยได้บ้างไหม

            นวัตกรรมนี้ทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นด้วยการด้วยการใช้ภูมิคุ้มกันคือ เซลล์ T พิฆาต และเม็ดเลือขาวเซลล์ T พิฆาตก็สามารถจัดการกับไวรัสที่มีปัญหาอยู่ตอนนี้ได้ แล้วก็อยากให้ทราบกันว่านวัตกรรมภูมิคุ้มกันบำบัด APCO หรือ APCOcap ซึ่ง APCO เป็นชื่อบริษัท แล้วก็เป็นชื่อนวัตกรรมด้วย ไม่ใช่เครื่องหมายการค้า

“อยากจะบอกว่า นวัตกรรมนี้นี้คือความภาคภูมิใจของคณะนักวิทยาศาสตร์ไทยนะครับ”

“แล้วผมก็คิดว่าคณะนักวิทยาศาสตร์ของเราก็อยากจะมอบนวัตกรรมนี้ให้เป็นสมบัติของประเทศชาติไทย”

Thanks for living ก้าวมาถึง ep.2 ครั้งนี้ทีมงาน APCO จะมาอัพเดทถึงสุขภาพและคุณภาพชีวิตของผู้ติดเชื้อที่ได้รับการช่วยเหลือให้ได้ใช้นวัตกรรม APCO จากใน ep.0 และ ep.1

Thank for living รายการแทนนคำขอบคุณจากคณะวิจัย Operation BIM ที่เห็นผู้ป่วยมากมายกลับมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น ด้วยวิธีภูมิคุ้มกันบำบัด

ก้อนเนื้อร้าย หรือที่รู้จักกันดีในชื่อของมะเร็ง เป็นโรคที่ใครหลายคนเกรงกลัว ด้วยสถิติการเสียชีวิตจากโรคนี้ รวมไปจนถึงความทรมานในการต่อสู้และรักษามะเร็ง

เกือบ 40 ปีแล้ว ผู้มีปัญหา HIV AIDS อาศัยยาต้านไวรัส ระงับการ copy เพื่อเพิ่มจำนวนไวรัส แต่ไม่ได้กำจัดให้หมดไป เมื่อหยุดใช้ยาเชื้อจะกลับมาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว




เกี่ยวกับเรา

BIM ย่อมาจาก Balancing IMmunity คือ การปรับภูมิคุ้มกันให้สมดุล

BIM100 หมายถึง การปรับสมดุลของภูมิคุ้มกัน เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและยืนยาวให้ได้ 100 ปี ด้วยการใช้สูตรอาหารที่วิจัยและพัฒนาโดยคณะนักวิจัย Operation BIM

ติดต่อเรา

ศูนย์บริการลูกค้า สุขและสวย โดย BIM100 เลขที่ 99 ศูนย์การค้าเอสพลานาด ชั้น 3 ห้องเลขที่ 317 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ

สายด่วน : 1154

โทรศัพท์ : 02-6464-800 , 02-6609-011

โทรสาร : 02-6464-802

อีเมล์ : [email protected]

Line ID : @bim100callcenter

Copyright © 2020 BIM100. All Rights Reserved.