การรักษามะเร็งจากกรรมพันธุ์

        การรักษามะเร็งจาก “กรรมพันธุ์” ด้วย.. ภูมิคุ้มกันบำบัด

           “กรรมพันธุ์มะเร็ง” มรดกตกทอดจากรุ่นสู่รุ่นที่ไม่อาจหลีกหนี และปฏิเสธได้ แต่คุณสามารถดูแลตนเองให้รอดพ้นจากโรคร้ายนี้ได้ด้วยการรักษามะเร็งจากกรรมพันธุ์ด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด

           มะเร็ง โรคร้ายชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นจากเซลล์ที่ผิดปกติของร่างกาย ทั้งรูปร่าง ขนาด ที่มีลักษณะผิดแปลกไป หรือเจริญเติบโตเร็วจนผิดปกติ ซึ่งมะเร็งมักพบในวัยทำงานที่มีอายุระหว่าง 30 – 60 ปี โดยอาการผิดปกติที่มีความเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งพบได้บ่อยที่สุด ได้แก่

         อาการเจ็บคอ เสียงแหบ ไอเรื้อรัง

           อาการเหล่านี้ทำให้ไม่สามารถทานอาหารได้ปกติ เนื่องจากมีอาการระคายเคืองบริเวณลำคอตลอดเวลา หากมีอาการนานเกิน 1-2 สัปดาห์ ควรพบแพทย์ เพราะอาจมีความเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งหลอดคอ มะเร็งหลอดอาหารได้ ซึ่งมะเร็งชนิดนี้จะแสดงอาการออกมาเหมือนเป็นอาการไข้หวัด แผลร้อนในปกติทั่วไป หากละเลยการดูแลตัวเองอาจทำให้ลุกลามอย่าง รวดเร็ว และยากเกินกว่าจะสามารถรักษาได้ โดยส่วนใหญ่มะเร็งชนิดนี้จะพบในระยะที่ 2-3 ไปแล้ว

         ผิวหนังมีตุ่ม ก้อนเนื้อ ไฝ ลักษณะผิดปกติ

           โดยปกติของร่างกายจะมีแอนติบอดี้ที่ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย เพื่อนำมาใช้ต่อสู้กับเชื้อไวรัส แบคทีเรียต่าง ๆ ที่เข้าสู่ร่างกาย หากมีอาการผิดปกติของร่างกายทั้งภายใน และภายนอก ร่างกายจะสามารถรักษาให้สามารถหายได้เอง ซึ่งการที่ผิวหนังภายนอกมีตุ่ม ก้อนเนื้อ หรือไฝที่มีลักษณะผิดปกติ เช่น ขนาด รูปร่าง หรือสีที่ผิดเพี้ยน หรือบิดเบี้ยวไปจากเดิม และมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว รวมไปถึงแผลเรื้อรัง หรือแผลจากต่อมน้ำเหลืองที่ไม่สามารถรักษาให้หายได้ อาการนี้อาจเสี่ยงทำให้เกิดมะเร็งผิวหนังได้

           โดยปกติของร่างกายจะมีแอนติบอดี้ที่ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย เพื่อนำมาใช้ต่อสู้กับเชื้อไวรัส แบคทีเรียต่าง ๆ ที่เข้าสู่ร่างกาย หากมีอาการผิดปกติของร่างกายทั้งภายใน และภายนอก ร่างกายจะสามารถรักษาให้สามารถหายได้เอง ซึ่งการที่ผิวหนังภายนอกมีตุ่ม ก้อนเนื้อ หรือไฝที่มีลักษณะผิดปกติ เช่น ขนาด รูปร่าง หรือสีที่ผิดเพี้ยน หรือบิดเบี้ยวไปจากเดิม และมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว รวมไปถึงแผลเรื้อรัง หรือแผลจากต่อมน้ำเหลืองที่ไม่สามารถรักษาให้หายได้ อาการนี้อาจเสี่ยงทำให้เกิดมะเร็งผิวหนังได้

           อาการเบื้องต้นของการเกิดโรคมะเร็งน้อยรายที่จะพบในช่วงระยะเริ่มต้น เพราะเนื่องจากอาการที่ผิดปกติของร่างกายนั้น หากเราไม่ได้ใส่ใจเท่าที่ควร หรือละเลยการดูแลตนเอง ส่งผลมะเร็งก่อตัว และแพร่กระจายในยังอวัยวะส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ยากเกินจะควบคุม และรักษาได้ ฉะนั้น เมื่อคุณเข้าสู่วัยทำงาน และมีอายุเริ่มต้นเลข 3 แล้ว การตรวจสุขภาพประจำปีเป็นสิ่งจำเป็นมาก เพราะการตรวจพบเซลล์มะเร็งนั้น ยิ่งเร็วเท่าไร จะยิ่งช่วยให้รักษา และจัดการกับเจ้าปัญหาได้เร็วยิ่งขึ้น และที่สำคัญไม่แพ้กัน คือ การปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตใหม่ เพราะพฤติกรรมที่ใช้อยู่ในชีวิตประจำวันอาจมีส่วนทำให้เกิดโรคมะเร็งในร่างกายได้ เช่น การสูบบุรี่ ดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ การไม่ทานผักผลไม้ หรือแม้แต่กระทั่งการนอน พฤติกรรมเหล่านี้ล้วนแล้วแต่มีความเสี่ยงทำให้เกิดโรคได้ทั้งสิ้น ซึ่งมีผู้ป่วยมะเร็งที่เกิดจากการกระตุ้นจากสิ่งแวดล้อมภายนอกเหล่านี้สูงถึง 95 เปอร์เซ็นต์ และอีก 5 เปอร์เซ็นต์ที่มีแนวโน้มเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งนั้น คือ กรรมพันธุ์มะเร็ง ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่มีพ่อแม่ หรือญาติพี่น้องมีประวัติเป็นโรคมะเร็ง คนกลุ่มนี้จะมีโอกาสเสี่ยงที่เป็นมะเร็งได้มากกว่าบุคคลทั่วไป และชนิดที่พบได้มากที่สุดนั่นคือ มะเร็งเต้านม มะเร็งโพรงมดลูก ดังนั้น หากละเลยการดูแลสุขภาพ และไม่ได้รับการตรวจสุขภาพเป็นประจำ จะทำให้มีโอกาสเสี่ยงสูงมากในการตรวจพบก้อนเนื้อร้าย

           ฉะนั้น หากเราพบว่าคนในครอบครัวมีประวัติมะเร็ง คุณควรเข้าพบแพทย์เพื่อทำการขอคำแนะนำ และตรวจหาค่ามะเร็งตั้งแต่อายุ 20 ปี เพื่อป้องกันการเกิดโรค หากเข้ารับการตรวจหาค่ามะเร็งได้เร็ว และพบเพียงแค่ก้อนเนื้อยังไม่ลุกลามแพร่กระจายไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ผู้ป่วยมีโอกาสสูงมากที่จะสามารถรักษามะเร็งให้หายได้ แต่ถ้าหากละเลยการดูแลตนเอง จะมีโอกาสสูงมากเช่นกันที่จะกลับมาเป็นได้อีก และลุกลามอย่างรวดเร็ว

         ป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง ด้วยการ “ตรวจหาค่ามะเร็ง”

           การตรวจหาค่ามะเร็ง เป็นการตรวจหาเซลล์มะเร็งผ่านทางเลือด เซลล์ เนื้อเยื่อ หรือของเหลวต่าง ๆ ในร่างกาย ซึ่งค่ามะเร็งนั้นสามารถทำให้พบมะเร็งได้ และระดับของค่ามะเร็งสามารถระบุถึงระยะของโรคได้ว่าอยู่ในขั้นเริ่มต้น ระยะ 1 , 2 หรือ ระยะสุดท้าย ซึ่งจากการตรวจพบในปัจจุบันข้อมูลจากโรงพยาบาลมะเร็งฟูด้าเปิดเผยว่า ยังไม่มีมะเร็งชนิดใดที่มีค่ามะเร็งสูงถึง 100 เปอร์เซ็นต์ โดยทั่วไปแล้วโรคมะเร็งนั้นจะไม่มีการแสดงออกถึงอาการใด ๆ และผู้ป่วยส่วนมากมักมีอาการเมื่อโรคเข้าสู่ระยะกลาง หรือระยะสุดท้ายแล้ว ดังนั้นเราควรเข้ารับการตรวจร่างกายเป็นประจำเพื่อประโยชน์ในการรักษา

         อย่าปล่อยให้มะเร็งกลายเป็นมรดกของลูกหลาน.. การรักษามะเร็งด้วยการ “ดูแลตัวเอง”

           ดูแลสุขภาพให้แข็งแรง เพื่อจัดการก้อนเนื้อร้ายให้หายไปจากร่างกายของเรา ไม่ให้ตกไปสู่รุ่นลูกรุ่นหลาน การดูแลร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ เพื่อให้ภูมิคุ้มกันสามารถฆ่าเซลล์มะเร็งได้เอง ดังนั้น การมีชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุข ไม่ได้ขึ้นอยู่กับวิธีการรักษามะเร็งตามแพทย์แผนปัจจุบันเพียงเท่านั้น แต่การดูแลตัวเองในเรื่องของอาหารการกินก็สำคัญมากเช่นกัน

           จากคำแนะนำของกองทุนโรคมะเร็ง American Institute for cancer Research (AIRC) และ World Cancer Research Fund (WCRF) หลังจากการรักษาตัวเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว ผู้ป่วยควรปรับพฤติกรรมในการทานอาหาร เพื่อลดความเสี่ยงในการเสียชีวิตจากโรคมะเร็ง เช่น การเลือกรับประทานเนื้อปลา 6 มื้อ/สัปดาห์ สามารถลดความเสี่ยงเสียชีวิตจากโรคมะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ และมะเร็งศรีษะได้ การทานผัก และผลไม้แบบหลากหลายอย่างน้อย 400 กรัม/วัน หรือ ครึ่งหนึ่งของอาหารที่ทานในแต่ละวัน สามารถลดการเสียชีวิตจากมะเร็งปอด มะเร็งเต้านม มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งลำไส้ และมะเร็งช่องปากได้ และที่สำคัญ การลด หรือเลิกดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด เนื่องจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งซ้ำ พบได้มากที่สุด ได้แก่ มะเร็งช่องปาก คอหอย กล่องเสียง หลอดอาหาร ตับ และมะเร็งเต้านม

           การดูแลสุขภาพ ทานอาหารที่มีประโยชน์ ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งซ้ำอีกได้ และที่สำคัญลดโอกาสในการเสียชีวิต เพราะฉะนั้น การดูแลตนเองควบคู่ไปกับการรักษามะเร็งด้วยภูมิคุ้มกันบำบัดเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะทั้งสองวิธีนี้จะช่วยเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรงอย่างต่อเนื่อง ให้ผู้ป่วยได้มีชีวิตอยู่กับครอบครัวไปอีกนาน และมีอายุยืนยาวมากขึ้น

         นวัตกรรมการดูแลสุขภาพให้แข็งแรงสามารถจัดการกับเซลล์มะเร็งได้

           ต้องยอมรับว่าในยุคสมัยนี้นอกจากเทคโนโลยีทางการสื่อสารจะมีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็วแล้ว เทคโนโลยีทางด้านการแพทย์ก็ได้มีการปรับเครื่องมือ และนวัตกรรมใหม่ ๆ ในการรักษาโรคให้มีความทันสมัยมากขึ้นเช่นกัน ดังนั้น ผู้ป่วยในยุคนี้ถือได้ว่าโชคดีเป็นอย่างมาก เพราะคุณสามารถเลือกวิธีการรักษาได้หลายทางเลือก เลือกวิธีการรักษาที่คุณมั่นใจ และให้ความไว้วางใจในการเข้ารับการรักษา ซึ่งการรักษามะเร็งก็เช่นกัน คุณไม่จำเป็นต้องจำกัดตัวเองให้อยู่ในกรอบการรักษาแบบเดิมที่ว่า.. เป็นมะเร็งแล้วต้องผ่าตัด ทำเคมีบำบัด ฉายรังสี ซึ่งบางวิธีการที่ใช้ในการรักษาโรคมะเร็งนั้นนอกจากจะจัดกับเซลล์มะเร็งแล้ว ยังมีโอกาสทำร้ายร่างกายของคุณด้วยเช่นกัน และการรักษาแบบเดิมอาจส่งผลให้คุณเสียชีวิตได้เร็วขึ้นอีกด้วย ฉะนั้น หากมีทางเลือกการรักษาแบบใหม่ที่มีปลอดภัย และสามารถรักษามะเร็งได้จริง คุณควรมีสิทธิ์ในการเลือกคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้ตนเองได้

การดูแลสุขภาพเป็นเรื่องง่ายสำหรับคนทั่วไป แต่สำหรับผู้ป่วยมะเร็งนั้นไม่ใช่เลย เพราะการดูแลสุขภาพให้แข็งแรงเป็นสิ่งสำคัญ และต้องใส่ใจเป็นพิเศษ

ในปัจจุบันมีนวัตกรรมทางการแพทย์เกิดขึ้นหลากหลายมาก ทั้งอุปกรณ์ เครื่องมือ วัคซีน ยารักษาโรค รวมไปถึงวิธีการรักษา ซึ่งการรักษามะเร็งด้วยภูมิคุ้มกันบำบัดเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมที่กำลังได้รับความสนใจ

ปี 2537 คุณหว่องรู้ว่าตัวเองเป็นมะเร็งครั้งแรกคือเป็นที่ โพรงจมูก คุณหว่องเข้ารับการรักษาแบบผ่าตัด แต่ไม่ทำให้ดีขึ้น ทั้งยังเจ็บป่วยจากอาการหวัดอยู่ตลอดเวลา

ครั้งแรกที่ Mr.Nicholas ตรวจพบว่าเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก คุณหมอแจ้งว่าเป็นระยะลุกลามแล้ว ซึ่งตัวเลขค่า PSA ค่อนข้างน่าตกใจ คือสูงในระดับ 90 ขึ้นไปแล้ว




BIM Friends

เกี่ยวกับเรา

BIM ย่อมาจาก Balancing IMmunity คือ การปรับภูมิคุ้มกันให้สมดุล

BIM100 หมายถึง การปรับสมดุลของภูมิคุ้มกัน เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและยืนยาวให้ได้ 100 ปี ด้วยการใช้สูตรอาหารที่วิจัยและพัฒนาโดยคณะนักวิจัย Operation BIM

ติดต่อเรา

ศูนย์บริการลูกค้า สุขและสวย โดย BIM100 เลขที่ 99 ศูนย์การค้าเอสพลานาด ชั้น 3 ห้องเลขที่ 317 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ

สายด่วน : 1154

โทรศัพท์ : 02-6464-800 , 02-6609-011

โทรสาร : 02-6464-802

อีเมล์ : [email protected]

Line ID : @bim100callcenter

Copyright © 2020 BIM100. All Rights Reserved.